Monday, May 16, 2016

การแข่งขันรถประดิษฐ์ La course de caisse à savon

Bon lundi à tous!
วันจันทร์อีกแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรต่างจากวันอื่น ๆ เพราะไม่มีงานทำ ก็นอนอืดอยู่บ้านทุกวัน 555  วันนี้มาดามขอมาแชร์เรื่อง la course de caisse à savon พอดีมีแข่งขันรถประดิษฐ์เอง หรือ caisse à savon ที่เมือง Wasselonne ที่มาดามอยู่ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ตัวมาดามออกไปดูมาเมื่อวันอาทิตย์ค่ะ สนุกดี ได้เห็นไอเดียในการตกแต่งรถ ในการประดิษฐ์รถของคนละแวกนี้

ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ตอนแรกไม่รู้จักเลยว่า une caisse à savon คืออะไร มาดามจินตนาการไปเองว่าเป็นรถแกะสลักจากสบู่ เพราะเอาเอาจากคำว่า savon มันต้องมีสบู่สิ 555 แต่ไม่ใช่ค่ะ  une caisse à savon หรือ une boîte à savon คือ รถประดิษฐ์ที่ไม่มีเครื่องยนตร์ ไม่มีมอเตอร์ มีแต่ล้อและตัวรถ โดยมีต้นกำเนิดที่สหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1933

ทำไมถึงเรียกว่า une caisse à savon?
เพราะมาจากคำว่า soapbox ในภาษาอังกฤษ มาจากการนำลังไม้ที่ใส่สบู่ในสมัยก่อน นำมาดัดแปลงทำเป็นรถ
คำว่า สบู่ ในภาษาฝรั่งเศส เรียกว่า savon
ส่วนลังไม้ ก็คือ คำว่า caisse นั่นเอง คำนี้ ถ้าใครเคยอ่าน le petit prince ก็จะเจอ


ไม่รู้ว่ามีใครที่ชอบสับสนกับคำว่า course และ cours บ้าง มาดามนี่เป็นบ่อย เพราะติดใช้ภาษาอังกฤษ เพราะคำว่า course ในภาษาอังกฤษ และในภาษฝรั่งเศส มีความหมายต่างกัน เรียกว่า เป็น faux ami คือ เขียนเหมือนกันเด๊ะ ๆ แต่มีความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง เหมือนคำว่า course เลย
la course ในภาษาฝรั่งเศศ ไม่ได้หมายถึง วิชาหรือคลาสที่เรียน แต่หมายถึง การแข่งขัน การวิ่ง เช่น la course de caisse à savon คือ การแข่งรถประดิษฐ์  la course à pied การวิ่ง
ถ้าเป็นรูปพหูพจน์ les courses จะหมายถึง การซื้อของ ช้อปปิ้ง ที่เราใช้บ่อยมาก คือ faire les courses จ่ายตลาด ซื้อกับข้าว 
le cours ในภาษาฝรั่งเศส  (course ที่ไม่มี e ตามท้าย) คือ คลาสเรียน เช่น le cours de français คลาสภาษาฝรั่งเศส  le cours d'anglais คลาสภาษาอังกฤษ

มาดูหน้าตา caisse à savon กัน บางคันก็น่ารัก บางคันก็ออกแนวฮา ดู ๆ ไป ก็นึกถึงซาเล้งไงไม่รู้ 555
รถ bretzel แบบ auntie anne (ในภาษาอังกฤษ และเยอรมัน จะเรียกว่า pretzel ใช้ p แต่ในภาษาฝรั่งเศส จะใช้ b และหาทานได้ทั่วไปใน Alsace ค่ะ)

รถยก
รถโซฟา  un canapé et une lampe
รถเตียงนอน มีเท้าโผล่ด้วย 555  un lit avec les pieds
รถเชอร์รี่ une cerise
รถฟาร์มวัว la caisse à meuh (เสียง มอ มอ ของวัวฝรั่งเศส)
 คันนี้คล้าย ๆ ซาเล้งเลย

ขาดรถชักโครก ไม่งั้นคงได้ฮา และเรียกเสียงกรี้ดได้มากกว่านี้ 5555

Saturday, May 7, 2016

ผักหญ้าข้างทางทานได้ des plantes sauvages comestibles

ฤดูใบไม้ผลิ Le printemps  เป็นช่วงที่สนุกสำหรับการออกไปเดินเล่นในป่า หรือตามทุ่ง มาดามชื่นชมสาวไทยที่อยู่ต่างแดนมาก เพราะสาวไทยเก่ง มีความรู้รอบด้าน และเชี่ยวชาญเรื่องผักป่า สมุนไพร มากด้วย ที่แน่ ๆ ฝรั่งหลายคน ไม่ว่าจะฝรั่งเศส หรือชาวยุโรปแถบนี้หลายคน ไม่รู้เลยว่าผักหญ้าในป่าข้างทางสามารถรับประทานได้ ตัวมาดามเองไม่มีความรู้เรื่องพืชผักในป่าเลย พอเห็นสาว ๆ ออกไปเก็บมาทำอาหาร เลยอยากทำบ้าง เพราะเป็นกิจกรรมที่ดี ได้ออกกำลังกาย ได้ความรู้เรื่องสมุนไพรต่าง ๆ เรียกว่า la cueillette de Printemps การเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ผลิ

ไม่ใช่ว่าคนไทยชอบของฟรีนะ (ใคร ๆ ก็ชอบของฟรี หรือจะเถียง อิอิ) แต่ชอบทานอะไรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย

คนฝรั่งเศสเรียก ผักหญ้า หรือ หญ้า ว่า des herbes ซึ่งถ้าเทียบกับภาษาอังกฤษ ก็คนละแนวเลย สมุนไพร กับหญ้านี่ 555 เรายังอาจเรียกแบบกว้าง ๆ ว่า les plantes ก็ได้
คำว่า comestible เป็น adj แปลว่า รับประทานได้ ถ้ารับประทานไม่ได้ จะใช้คำว่า immangeable หรือ incomestible
ผักหญ้าข้างทาง หรือ วัชพืช คนฝรั่งเศสจะเรียกว่า des mauvaises herbes ถ้าขึ้นในสวน ก็จะโดนถอนทิ้งค่ะ

มาทำความรู้จักพืชผักข้างทางที่สามารถรับประทานได้กันเถอะ
ดอกสีเหลืองที่ขึ้นตามข้างทาง ตามทุ่ง เรียกว่า le pissenlit อ่านว่า พิซซองลี ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า dandilion อ่านว่า แดนดิไลออน  เราสามารถเก็บดอก pissenlit มาทำน้ำผึ้งเทียมทานได้ค่ะ จะใช้แค่ส่วนเกสรหรือกลีบดอกสีเหลืองเท่านั้น เพราะส่วนใบเขียวจะมีรสขม น้ำผึ้งที่ได้จะออกเป็น gelée  แต่ต้องเติม pectine เข้าไปด้วย ไม่งั้นต้มออกมาก็ trop liquide หรือเหลว
ตอนที่ยังไม่ออกดอก สามารถนำใบของ pissenlit มาทำสลัดทานได้ค่ะ ถ้าต้นที่ออกดอกแล้ว จะไม่นำมาทานเพราะจอมีรสขม

หน้าตาน้ำผึ้งเทียมจากดอก pissenlit  ที่มาดามทำ (inspired มาจากโพสในเฟสของคุณ Petite Fleur) มาดามก็ไปค้นหาสูตรมา แต่ไม่ได้ค้นลึกมาก เลยไม่รู้ว่าต้องเติมสาร pectine ลงไปจะได้ไม่เหลวเป็นน้ำ ในเมื่อต้มแล้วก็นำมาใช้ชงน้ำทานได้ ใส่เลม่อน le citron ลงไป เติมเมล็ดเชียลงไปหน่อย น้ำแข็งด้วย สดชื่นดีค่ะ
สำหรับเด็ก ๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ ก็ชอบเป่าเจ้า pissenlit ให้ปลิวไปตามสายลม ส่วนนี้ทานไม่ได้นะคะ

ต่อไปก็ใบกระเทียมป่า ในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า l'ail des ours เพราะหลังจากที่หมีจำศีล พอตื่นมาในช่วง le printemps ก็ออกมาทานใบกระเทียมป่าเลย เพราะขึ้นทั่วไปตอนช่วง le printemps นี่ละ ทำอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำซอสเพสโต้ la sauce pesto หรือจะผัดไฟแดงแบบไทย ๆ 
ตอนเก็บต้องสังเกตุให้ดีนะคะ เพราะใบมีลักษณะคล้ายกับ muguet มาก  ต่างกันที่ l'ail des ours ใบจะบางกว่า และมีกลิ่นกระเทียม ส่วนดอกจะเป็นพุ่ม ๆสีขาว กลีบเรียวเล็ก แต่ดอก muguet จะเป็นพวง เหมือนกระพวนน้อย ๆ ซึ่งทานไม่ได้ ทานแล้วตายสถานเดียว

 ผักเสี้ยนฝรั่ง หรือ Alliaire ในภาษาฝรั่งเศส หน้าตาแบบนี้ค่ะ ลำต้นจะไม่มีขน ที่มาดามไปเก็บนี่ขึ้นอยู่กลางดงต้นตำแยฝรั่งเลย เด็ดไปก็คันไป
 
ต้นตำแยฝรั่ง หรือจะเรียก หมาหมุ่ย ก็แล้วแต่ คนฝรั่งเศสเรียกว่า ortieโดนทีคันแดง ไปหลายชั่วโมง ถ้าแพ้หนักก็คันเป็นผื่นแดงข้ามวันกันทีเดียว ถึงจะคันยังไง ก็ทานได้ แค่ต้องสวมถุงมือตอนเก็บ ใส่ยีนหนา ๆ ขายาว ไม่เอาแบบเกงยีนขาดนะ ไม่งั้นโดนใบหน่อยนึงก็ร้องจ๊ากเลย คนที่นี่ชอบเก็บมาทำสลัดผักทาน หรือไม่ก็ต้มนำ้อาบ เพราะช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนดี
มาดามขอตัวไปทำกับข้าวก่อนนะคะ  A bientôt!

Tuesday, May 3, 2016

เรียนรู้ศัพท์และสำนวนการเข้าห้องสุขา (les toilettes)

วีคก่อนมาดามได้อัพเรื่องคำศัพท์และกริยาการใช้ห้องน้ำ หรือ Dans la salle de bains ไปแล้ว วันนี้ก็ขอมาต่อกันด้วยเรื่องการเข้าห้องน้ำ หรือ ห้องส้วม

คำว่า "ห้องน้ำ" ในภาษาฝรั่งเศส มีทั้งห้องอาบน้ำ คือ la salle de bains และอีกห้อง คือ ห้องส้วม หรือ des toilettes ห้องส้วม หรือสุขา เป็นคำนามเพศหญิง และต้องใช้ในรูปพหูพจน์เสมอ
 ถ้ายังเป็นนักเรียน ตัวน้อย ปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ เราต้องขออนุญาตคุณครู ว่า "Est-ce que je peux aller aux toilettes?"

V. aller à ไปที่ พอใช้กับคำนามพหูพจน์ จะเปลี่ยน à les เป็น aux ซึ่งเป็นการลดรูป
V. aller aux toilettes ไปห้องน้ำ
 ส้วมก็มีหลายแบบ ชักโครก les toilettes à chasse d'eau หรือ ส้วมคอห่าน แบบนั่งยอง ๆ อันนี้เรียกว่า les toilettes à la turque หรือ les toilettes turques เพราะที่ตุรกีใช้ส้วมแบบนี้กัน เราจะพบส้วมแบบนี้เวลาใช้บริการส้วมสาธารณะ les toilettes publiques แบบมาดามที่เจอที่ Cancale มาดามนี่เหวอเลย ปวดฉี่มาก แต่ไม่อยากใช้ 555 ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว ถ้าใครเคยไปเที่ยวญี่ปุ่น ห้องน้ำในสนามบินนาริตะ เวลาที่ลงจากเครื่องบินแล้ว ก็จะเจอส้วมนั่งยองแบบนี้ค่ะ เล่นเอาฉี่ไม่ถูกเลย ไม่ใช่กลัวลุกไม่ขึ้น เพราะอ้วน แต่กลัวฉี่พุ่ง เลอเทอะ 5555

 คำว่ากดชักโครก ใช้กริยา V. tirer la chasse (à d'eau) ปกติ V. tirer หมายถึง ดึง ซึ่งจะพบป้าย TIREZ ดึง และ POUSSEZ ผลัก มาจาก V. pousser ที่ประตูห้าง หรือประตูสำนักงานต่างๆ

 การถามหาห้องน้ำในภาษาฝรั่งเศส จะถามว่าอย่างไร
Où sont les toilettes?  Où คือ คำที่ใช้ถามว่า ที่ไหน เทียบเท่า Where ในภาษาอังกฤษ
ใช้ sont (V.être) เพราะ les toilettes เป็นพหูพจน์
 การเข้าห้องน้ำ ก็ควรรู้จักมารยาทด้วย คือ ถ้าเราเป็นแขกไปทานข้าวบ้านคนอื่น ก็ไม่ควรลุกไปเข้าห้องน้ำระหว่างรับประทานอาหาร มันไม่สุภาพ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องพูดแบบอ้อม ๆ  เนื่องจากคนฝรั่งเศสไม่ชอบให้พูดโต้ง ๆ ตรง ๆ ชอบอะไรที่เป็นสำบัดสำนวนมาก ดังนั้น การจะบอกว่าไปเข้าห้องน้ำ จึงมีสำนวนให้เลือกใช้มากมาย
 การนั่งส้วม โดยเฉพาะการนั่งชักโครก ก็มีสำนวนที่น่าจำ คือ V. être sur le trône  เปรียบเหมือนนั่งบัลลังค์ราชา 5555
การนั่งส้วม ก็มีกริยาเฉพาะ คือ จะนั่งชักโครก V. s'asseoir ซึ่งผันไม่เหมือนชาวบ้าน เป็นกริยาผันไม่ปกติ ส่วนการนั่งยอง ๆ  คือ V. s'accroupir ซึ่งผันแบบกริยาในกลุ่มที่ 2 ที่ลงท้ายด้วย -ir แบบ V. choisir คือ จะผัน/ลงท้ายด้วย is, is, it, issons, issez, issent

สำนวนที่ใช้บอกว่าทำภารกิจหนักเบาในห้องน้ำ มีให้เลือกมากมาย มาดามก็ยังติดพูดแบบภาษาเด็กน้อย faire pipi, faire caca นี่ล่ะ ก็เรียนมาตั้งแต่ตอน มอปลาย ยังจำได้ 555 
ภาษาฝรั่งเศส ก็เหมือนภาษาไทยและภาษษอังกฤษ คือ มีดีกรี หรือ ระดับของคำ ว่าสุภาพ ทางการ ไม่ทางการ ภาษาพูด และแสลง  ก็ควรเลือกใช้ เลือกพูดให้ถูกต้องกับกาลเทศะ เด้อ



 มาดูสำนวนที่บอกว่า ไปอึ ไปฉี่ กัน ตอนทำสรุปนี่ มาดามก็ขำไปหลายตลบ คือ คนฝรั่งเศสก็เข้าใจเปรียบเทียบ ก็ไม่ต่างจากคนไทย อะไรที่เกี่ยวกับ อึ ก็มาแนวเหลือง ๆ หรือ ก้อน ๆ ส่วนฉี่ ก็อะไรที่เกี่ยวกับน้ำ

คราวนี้ ถ้าปวดอึ จะพูดว่าไง มีทั้งแบบปวดเตือน และใกล้จะออกแล้ว อิอิ
เน้นอีกรอบ คำว่า ห้องส้วม ในภาษาฝรั่งเศส "les toilettes" จะต้องใช้รูปพหูพจน์เสมอ
มาดูป้ายต่าง ๆ กัน จริง ๆ ก็สากลนะ คือ ดูรูปผู้ชาย ผู้หญิง เอาได้ แต่อยากให้จดจำศัพท์ไปใช้ เลยลงให้อ่านนะคะ

 ศัพท์ในห้องน้ำ กลับมาอีกรอบ

พอดีมาดามเรียนไปวีคที่แล้ว คนสอนบอกว่า คำว่า กระจก สามารถใช้คำว่า un miroir และ une glace ได้ แต่ในบางครั้ง la glace ที่หมายถึง น้ำแข็ง เราก็ไม่สามารถมองส่อง สะท้อนได้ เหมือนกระจกส่องหน้าแบบ un miroir  แถมคำว่า la glace มีได้หลายความหมาย ทั้งไอษครีม ทั้งน้ำแข็ง ก็ต้องฟังคำในประโยคกันให้ดี ๆ ค่ะ


 คำว่า กระดาษทิชชู่ หรือ ทิชชู่ แบบที่เราเรียกกันติดปาก ในภาษาฝรั่งเศสจะไม่เรียกว่า ทิชชู่ Tissu แต่เรียกว่า un papier toilette คือ กระดาษชำระ ส่วนคำว่า Tissu หมายถึง ผ้า

 คำว่า une serveitte ก็มีหลายคำ แยกตามประเภทการใช้ เช่น ผ้าขนหนูใช้ในห้องน้ำ เรียกว่า une serviette de bain แต่ถ้าไปชายทะเล ใช้เป็นผ้าปูชายหาด จะเรียกว่า une serviette de plage ถ้าใช้บนโตํะอาหาร ไว้สำหรับเช็ดปาก เรียกว่า une serviette de table



 ท้ายสุด มาดามไปหาคำที่ใช้เรียกภาชนะต่าง ๆ ในห้องน้ำแบบไทย แบบบ้าน ๆ มันน่าสนใจดีค่ะ



Friday, April 29, 2016

Apprendre le français : Dans la salle de bains

สวัสดีคร้า และสุขสันต์วันศุกร์จร้า  Bon vendredi à tous!
วันนี้มาดามขอมาแชร์เรื่องศัพท์ในห้องน้ำ และกริยาที่ใช้ทำภารกิจต่างๆ ภายในห้องน้ำค่ะ ก็ไม่มีอะไรมาก เนื่องจากวีคนี้มาดามเพิ่งเรียนรู้เรื่องนี้มาจากคลาส เลยอยากนำความรู้ที่ได้มาถ่ายทอดให้แก่คนอื่น เผื่อมีคนสนใจ (หมายเหตุ รูปภาพที่อธิบายคำศัพท์ มาดามไม่ได้ทำเอง แค่พิมพ์คำแปลให้เท่านั้น ทำให้มีคำศัพท์ที่ซ้ำกันบ้าง ในแต่ละรูปจะมีลิ้งค์บอกว่านำมาจากที่ไหน สามารถเข้าไปเรียนรู้เพิ่มเติมได้ค่ะ)






มาถึงไฮไลท์ที่มาดามอยากนำเสนอมาก นั่นคือ กริยาในกลุ่ม pronominal หรือ les verbes pronominaux เป็นกริยาที่ขึ้นต้นด้วย se + verbe เช่น V. se  laver อาบน้ำ  บางคนอาจจะยังผันกริยากลุ่มนี้ไม่คล่อง หรือยังไม่เข้าใจว่ากริยากลุ่มนี้ คือ อะไร ง่าย ๆ เลย เป็นกริยาที่บ่งบอกถึงการกระทำของประธาน โดยเน้นว่าเป็นคนทำเอง ทำด้วยตนเอง ดังนั้น จึงมีการเพิ่มตัว pronom réfléchi เข้าไป ซึ่งต้องใช้ตามประธานในประโยคเลย ลองมาดูกันว่ากริยาที่เราใช้ในห้องน้ำในกลุ่ม pronominal นี้ มีอะไรบ้าง

มาดามขออธิบายการผัน verbe pronominal 
  • กริยาที่มี se คือ กริยาในกลุ่ม pronominal เราจะต้องผัน 2 อย่าง คือ 1) ผันหรือเปลี่ยน se ให้เป็น pronom réfléchi ตามประธานในประโยค 2) ผันกริยาตามประธาน
  • ต้องจำตัว pronom réfléchis ของประธานให้ได้ นั่นคือ Je-me, Tu-te, Il/ Elle-se, Nous-nous, Vous-vous, Ils/Elles-se (เชอเมอ ตูเตอ อิลแอลเซอ นูนู วูวู อิลแอลเซอ) ท่องไปแบบนี้จำได้แน่นอน
  • ถ้า me, te, se นำหน้ากริยาที่ขึ้นต้นด้วยสระ หรือ h muet ให้ลดรูปเป็น m', t', s' (จำว่า me, te, se ชนสระต้องลดรูป)
  • ในกาลผสมต่าง ๆ les temps composés จะใช้ v.être มาช่วยผัน และต้องทำ accord ตามเพศและพจน์ของประธานด้วย (เพศหญิงเติม e  พหูพจน์ เพศชาย เติม s พหูพจน์ เพศหญิง เติม es)
  • ตำแหน่งการวาง pronom réfléchi (me, te, se, nous, vous, se) ในกาลผสม ต้องวางหน้า v.être เสมอ
ตัวอย่างการผันกริยา pronominal ในกาล simples
ตัวอย่างการผันกริยา pronominal ในกาล composés


 การจะบอกว่าอาบน้ำ เราสามารถเลือกใช้กริยาการอาบน้ำได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะอาบน้ำในอ่าง V. se baigner หรือจะอาบน้ำฝักบัว V. se doucher ถ้าบ้าน ๆ แบบที่ไทย คือ ตักขัน ก็ใช้ V. se laver ก็ได้ค่ะ เพราะไม่ได้ระบุวิธีในการอาบน้ำ 555
 สะใภ้คนไหนตัดผมเอง ก็พูดให้เต็มปากไปเลยว่า Je me coupe les cheveux. เชอ เมอ คูป เล เชอเวอ เพราะ V. se couper (soi-même) คือ ตัดผมเอง ไม่ได้ให้ช่าง หรือใครที่ไหนตัดให้ แต่ถ้าไปตัดที่ร้าน เราจะใช้ v. se faire couper les cheveux (chez le coiffeur) ไปตัดในร้านราคาแพง เสียดายตังค์ว่าไหม

 จะขัดตัว V. se frotter หรือจะนวดตัว V. se masser



ท้ายสุดฝากบทสนทนาให้ไปลองฝึกอ่านออกเสียงและนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันคร้า เผื่อคุณสามีมาเร่งขอเข้าห้องน้ำ เราก็จะได้พูดขอต่อเวลาได้ 555

ไปก่อนคร้า ว่าง ๆ จะมาแชร์ความรู้ให้อีกนะคะ จริง ๆ มีหลายเรื่องที่อยากแชร์ แต่ขอเวลาเรียบเรียง จัดระบบข้อมูลในหัวก่อน (มันกระจัดกระจายอยู่ในหัว)