เมื่อวานมาดามวุ่นวายอยู่ในครัว ทำอาหารเย็น ล้างจาน หาอะไรทำให้ยุ่งๆ เข้าไว้ เพื่อจะได้ไม่คิดมาก ไม่เครียด มาอยู่ต่างบ้าน ต่างเมือง ใครว่าสบาย ไกลญาติ นี่แหละคือ ปัญหาที่ทำให้จิตตก เพราะไม่มีใครช่วยดูแลพ่อ ดูแลป้า คงมีหลายคนที่รู้สึกแบบนี้ เอาเป็นว่ามาเข้าประเด็นสำคัญกันดีกว่าคะ เนื่องจากเมื่อวานมีการเสนอข่าวเรื่องปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับเราโดยตรง นั่นคือ การขอบัตร Carte de séjour temporaire หรือ Titre de séjour ที่สะใภ้ฝรั่งเศสทั้งหลายต้องทำทุกปีจนกว่าจะได้บัตร 10 ปี หรือ Carte de résidence
ถ้ากฎหมายแก้ไขใหม่นี้ประกาศใช้เมื่อไหร่ ก็จะทำให้สะใภ้ฯ ไม่ต้องไป la préfecture ทุกปีเพื่อขอทำบัตรอีกต่อไป เพราะกฎหมายที่กำลังพิจารณาในสภาอยู่ ณ ขณะนี้ จะเปลี่ยนจากบัตร 1 ปี เป็นบัตร 2 ปี และ 4 ปี แล้วแต่กรณี ทำไมถึงเพิ่งคิดได้ว่าอายุบัตร 1 ปี มันสั้นเกินไป แป๊บๆ ก็ต้องมาขอบัตรใหม่แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้น มาดามก็ไม่ได้ประโยชน์มากจากการปรับแก้กฎหมายนี้ เพราะได้บัตร 1 ปีมาแล้ว แต่สะใภ้ที่จะไปต่อบัตรหลังจากนี้จะสบาย ได้รับบัตร 2 ปีมาครอบครองแน่ๆ
เมื่อวานมาดามได้ทำสรุปเรื่องวงจรชีวิตของสะใภ้ฯ ที่ต้องไปยื่นขอทำ carte de séjour ทุกๆ 10 เดือน ต่อจากนี้ไป ชีวิตของเราๆ จะสบายขึ้นนิดนึง คือ ข้ามขั้นตอนที่ต้องมาเตรียมเอกสารและไปยื่นขอบัตรทุก 10 เดือน เพราะเขาจะเปลี่ยนมาเป็นบัตร 2 ปี และ 4 ปี แล้วแต่กรณี ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า "une carte de séjour pluriannuelle" พอบัตร 2 ปีใกล้หมดอายุ เราก็สามารถขอบัตร 10 ปีได้
กฎหมายที่ใช้ในปัจจุบัน
-สะใภ้ฯ ต้องยื่นขอ carte de séjour เมื่อครบทุก 10 เดือน (บัตรมีอายุ 1 ปี แต่ต้องยิ่นขอทำบัตรใหม่ก่อนวันหมดอายุ 2 เดือนล่วงหน้า)
-ต้องยื่นขอ carte de séjour 2 ครั้ง คือ อยู่ฝรั่งเศส 3 ปี จึงขอบัตร 10 ปี หรือ carte de résidence ได้ (วีซ่า 1 ปีจากไทย + ขอ carte de séjour ครั้งที่ 1 + ขอ carte de séjour ครั้งที่ 2 = อยู่ฝรั่งเศส 3 ปี)
กฎหมายที่ปรับแก้ใหม่
-สะใภ้ฯ ยื่นขอ carte de séjour de pluriannuelle ครั้งแรก เมื่อวีซ่าที่ได้มาจากไทยใกล้หมดอายุ (2 เดือนล่วงหน้า) บัตรมีอายุ 2 ปี หรือ 4 ปี แล้วแต่กรณี
-ยื่นขอบัตร 10 ปี ก่อนบัตรหมดอายุ (วีซ่า 1 ปีจากไทย + ขอ carte de séjour ครั้งเดียว = อยู่ฝรั่งเศส 3 ปี)
ลองมาดูกราฟกันคะ เพื่อจะได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น
ถ้ามีการประกาศใช้กฎหมายฉบับแก้ไขปรับปรุงนี้เมื่อไหร่ มาดามจะมาอัพเดทให้ฟังอีกครั้งคะ ตอนนี้ทราบแต่ภาพรวมว่าจะเป็นการออกบัตร 2 ปี ส่วนเรื่องอื่นยังไม่ทราบ เช่น คนที่ได้บัตร 1 ปี แล้วจะได้รับบัตร 2 ปีมาแทนไหม จะมีการแก้ไขอายุ contrat กับ OFII หรือไม่ criteria ในการขอบัตร 10 ปี จะเปลี่ยนไหม เราก็ได้แต่รอฟังข่าวกันต่อไปคะ
เพจสำหรับการเตรียมตัวสอบ OFII และการขอวีซ่าระยะยาว พร้อมสอนภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น ชีวิตในฝรั่งเศส
Tuesday, July 21, 2015
Monday, July 20, 2015
Time line ของการย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ฝรั่งเศส
ช่วงนี้เป็นช่วง vacances ของชาวฝรั่งเศส มาดามไม่มีเรียนกับ APP เพราะปิดเทอม ชีวิตผ่อนคลายค่ะ เพราะไม่ต้องปวดหัวกับแบบฝึกหัด 555 วันนี้เลยถือโอกาศทำสรุปเรื่อง Time line หรือขั้นตอนการย้ายถิ่นฐานมาอยู่กับสามีที่ฝรั่งเศส เผื่อว่าสาวๆ สะใภ้ป้ายแดง จะเข้าใจถึงภาพรวมว่าชีวิตต้องวุ่นวายกับเรื่องเอกสารมากมายขนาดไหน ตั้งแต่เริ่มแรกทีจะย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศสแล้ว และชีวิตต้องเตรียมเอกสาร หรือทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะในปีแรกที่ย้ายมาอยู่
มาดูกันคะว่าชีวิตของสะใภ้ใหม่ต้องทำอย่างไรบ้าง
2. การทดสอบภาษาฝรั่งเศสและความรู้เบื้องต้นเรื่องกฎหมายและสิทธิ สอบกับ OFII Bangkok
4. ไปตรวจร่างกาย ชำระค่าแสตมป์ สัมภาษณ์ และเซ็นสัญญากับ OFII สัญญาที่ผูกมัดเรากับ OFII เป็นเวลา 1 ปี เรียกว่า Contrat d'accueil et d'intégration จากนั้นก็รอ OFII นัดอบรมต่างๆ เช่น การใช้ชีวิตอยู่ สิทธิ กฎหมาย การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์ แนะนำเรื่องการหางาน และเรียนภาษาฝรั่งเศส อันหลังนี้แล้วแต่งบประมาณของแต่ละ OFII และโชคของแต่ละคน ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เรียนฟรีกับ OFII (มาดามก็ไม่ได้เรียน)
5. ระหว่างรออบรม ให้ยื่นขอ Carte Vitale กับ L'Assurance Maladie สามารถอ่านรายละเอียดขั้นตอนและรายการเอกสารได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/01/la-carte-vitale.html
6. พอใกล้ครบปี คือ ก่อนวีซ่าในหนังสือเดินทางหมดอายุ 2 เดือน ให้ไปยื่นขอ Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire กับ la Préfecture สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/03/carte-de-sejour.html
การรับบัตรอ่านได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/07/titre-de-sejour_8.html
ในปีแรก ชีวิตของสะใภ้ฯ จะยึ่งวุ่นวายกับ OFII พออบรมครบตาม Contrat ก็หมดภาระแล้วคะ จากนั้นก็วุ่นวายกับ la Préfecture ไปทุกๆ ปี ตาม cycle หรือวงจรในรูป จนกว่าจะได้บัตร 10 ปี และสัญชาติตามลำดับ ชีวิตในประเทศฝรั่งเศสขึ้นอยู่กับเอกสารมากมายคะ ถึงจะวุ่นวาย เอกสารมากมาย แค่ทำตามกฎระเบียบ ก็ไม่ได้ยุ่งยาก ไม่ต้องกังวล แค่เสียเวลานิดนึงเท่านั้นเอง
มาดูกันคะว่าชีวิตของสะใภ้ใหม่ต้องทำอย่างไรบ้าง
คร่าวๆ สามารถแบ่งเป็น 6 ขั้นตอน ซึ่งสำคัญมาก
1. การขอวีซ่า- สำหรับคนที่ต้องการมาจดทะเบียนสมรสที่ประเทศฝรั่งเศส ก็ต้องยื่นขอวีซ่าแต่งงาน ระยะสั้น กับ TLS พอจดทะเบียนกับ la mairie แล้วก็ต้องบินกลับมาขอวีซ่าย้ายถิ่นฐานที่ไทย
- สำหรับคนที่จดทะเบียนสมรสแล้วที่ไทย ก็ขอยื่นวีซ่าย้ายถิ่นฐานได้เลย
2. การทดสอบภาษาฝรั่งเศสและความรู้เบื้องต้นเรื่องกฎหมายและสิทธิ สอบกับ OFII Bangkok
- สอบผ่านครั้งแรก รอประมาณ 2 วัน จะได้รับวีซ่าย้ายถิ่นฐาน (วีซ่ามีอายุ 1 ปี)
- สอบไม่ผ่าน ได้เรียนภาษาฝรั่งเศสฟรี 40 ชั่วโมง
4. ไปตรวจร่างกาย ชำระค่าแสตมป์ สัมภาษณ์ และเซ็นสัญญากับ OFII สัญญาที่ผูกมัดเรากับ OFII เป็นเวลา 1 ปี เรียกว่า Contrat d'accueil et d'intégration จากนั้นก็รอ OFII นัดอบรมต่างๆ เช่น การใช้ชีวิตอยู่ สิทธิ กฎหมาย การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์ แนะนำเรื่องการหางาน และเรียนภาษาฝรั่งเศส อันหลังนี้แล้วแต่งบประมาณของแต่ละ OFII และโชคของแต่ละคน ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เรียนฟรีกับ OFII (มาดามก็ไม่ได้เรียน)
5. ระหว่างรออบรม ให้ยื่นขอ Carte Vitale กับ L'Assurance Maladie สามารถอ่านรายละเอียดขั้นตอนและรายการเอกสารได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/01/la-carte-vitale.html
6. พอใกล้ครบปี คือ ก่อนวีซ่าในหนังสือเดินทางหมดอายุ 2 เดือน ให้ไปยื่นขอ Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire กับ la Préfecture สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/03/carte-de-sejour.html
การรับบัตรอ่านได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/07/titre-de-sejour_8.html
ในปีแรก ชีวิตของสะใภ้ฯ จะยึ่งวุ่นวายกับ OFII พออบรมครบตาม Contrat ก็หมดภาระแล้วคะ จากนั้นก็วุ่นวายกับ la Préfecture ไปทุกๆ ปี ตาม cycle หรือวงจรในรูป จนกว่าจะได้บัตร 10 ปี และสัญชาติตามลำดับ ชีวิตในประเทศฝรั่งเศสขึ้นอยู่กับเอกสารมากมายคะ ถึงจะวุ่นวาย เอกสารมากมาย แค่ทำตามกฎระเบียบ ก็ไม่ได้ยุ่งยาก ไม่ต้องกังวล แค่เสียเวลานิดนึงเท่านั้นเอง
Wednesday, July 8, 2015
การรับบัตร Titre de séjour
มาดามไปรับ Titre de séjour หรือ Carte de séjour temporaire มาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาค่ะ รอนานถึง 2 ชั่วโมงได้ เนื่องจากการทำงานยังเป็นแบบ bureaucracy หรือ ระบบราชการ (ราชการมาก) พูดง่ายๆ ว่า ช้ามาก แถมเจ้าหน้าที่สามารถแว๊บไปสูบบุหรี่นานถึงสิบนาทีโดยไม่สนใจว่าผู้ที่มาติดต่อราชการนั้นจะรอนานแค่ไหน จะรอนานหลายคิว ชีไม่สน แถมพอใกล้เวลาเลิกงาน คือ เกือบบ่ายสองจะติดประกาศไม่รับเรื่องของชาวต่างชาติแล้ว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ประมาณการว่าเมื่อถึงเวลาปิดการจะสามารถให้บริการจากคิวที่กดไปแล้วเท่าใด (เวลาปิดทำการ 16.00 น.) โชคดีที่ได้กดบัตรคิวก่อนเจ้าหน้าที่มาติดประกาศ ใครมาช้าก็อดไป แถมต้องเสียเวลามาใหม่อีกรอบ
นอกจากจะติดประกาศที่เคาน์เตอร์แล้ว ยังติดไว้บนเครื่องกดคิวด้วย โดยจะระบุว่าปิดให้บริการ และระบุหมายเลขสุดท้ายที่ให้บริการ คือ ถ้ามีบัตรคิวหลังจากหมายเลขที่กำหนดไว้ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจว่าคุณคือคนที่ต้องเสียเวลามาใหม่อีกรอบค่ะ
ไม่อยากบอกว่ามาดามยื่นขอบัตรฯ ล่วงหน้าถึง 3 เดือนค่ะ ก็ไม่เข้าใจว่าจะให้ไปยื่นล่วงหน้าทำไมนานๆ พูดๆ ไปก็เหมือนระบบราชการไทย ไม่รู้ใครเลียนแบบใคร แต่เดี๋ยวนี้ระบบราชการไทยรอคิวไม่นานแล้ว ค่อนข้างเร็วและเป็นระบบมากชึ้น
เข้าเรื่องการรับบัตร Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire กันค่ะ มาดามขอแชร์ประสบการณ์การรับบัตรฯ เป็นขั้นตอนนะค่ะ
นอกจากจะได้รับบัตรฯ แล้ว เจ้าหน้าที่จะให้กระดาษน้อยมาแผ่นนึง คือ Attestation de remise ที่ฉีกมาจากใบรับที่เราได้เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว ด้านหน้าของกระดาษแผ่นนี้จะแจ้งว่าบัตรฯที่ได้รับนี้มีการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งระบุข้อมูลตัวเลขต่างๆ พร้อมรูปถ่ายและลายนิ้วมือของผู้ถือบัตร โดยมีข้อมูลหมายเลข (1) ถึง (12) ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
จะแจ้งว่าบัตร Titre de séjour ของคุณเป็นแบบ smart card คือ ชิพอิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลบุคคลและลายนิ้วมือ ซึ่งป้องกันการปลอมแปลงบัตรฯ และเป็นการจัดทำตามกฎหมายมาตรา 78-17 วันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1978
จะเห็นได้ว่าข้อมูลส่วนตัวที่เป็นตัวเลขในบัตรฯ มีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขของบัตร Titre de séjour เอง หมายเลข AGDREF ของชาวต่างชาติอย่างเราๆ และหมายเลขประจำตัวของคนไทย ซึ่งเป็นข้อมูลตัวเลขเฉพาะบุคคลที่สำคัญของผู้ถือบัตรด้วย โดยอ้างอิงจากหนังสือเดินทาง แต่หมายเลขนี้ไม่ใช่หมายเลขของหนังสือเดินทาง เพราะหมายเลขนี้ไม่เปลี่ยน ไม่เหมือนหมายเลขหนังสือเดินทางที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ออกเล่มใหม่มันคือหมายเลขที่ระบุ ปีค.ศ. เดือน วันที่เกิดของผู้ถือหนังสือเดินทาง และหมายเลขนี้จะปรากฎในวีซ่าค่ะ ลองไปสังเกตุดูนะค่ะ หมายเลขจะขึ้นด้วย THA เหมือนกัน จากนั้นก็ต่างกันตรงปี เดือน วันที่เกิดของแต่ละคน
F คือ เพศหญิง (ไม่ใช้ F ที่มาจาก officiel หรือหนังสือเดินทางราชการ นะค่ะ อิอิ)
มาดามก็เพิ่งสังเกตุเห็นหลังจากที่ได้รับบัตร Titre de séjour มาครอบครองแล้วค่ะ สาวๆ ลองส่องดูข้อมูลส่วนตัวในหนังสือเดินทางของตัวเองดูนะค่ะ
ตอนนี้ไปไหนมาไหน ไม่ต้องพกหนังสือเดินทางแล้วค่ะ พกแค่ titre de séjour ใบเดียวพอ (ใช้เดินทางในฝรั่งเศส ถ้าบินไปต่างประเทศก็ยังต้องพกหนังสือเดินทางไปด้วยนะค่ะ)
หวังว่าข้อมูลที่มาดามนำมาแชร์จะเป็นประโยชน์นะค่ะ
นอกจากจะติดประกาศที่เคาน์เตอร์แล้ว ยังติดไว้บนเครื่องกดคิวด้วย โดยจะระบุว่าปิดให้บริการ และระบุหมายเลขสุดท้ายที่ให้บริการ คือ ถ้ามีบัตรคิวหลังจากหมายเลขที่กำหนดไว้ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจว่าคุณคือคนที่ต้องเสียเวลามาใหม่อีกรอบค่ะ
ไม่อยากบอกว่ามาดามยื่นขอบัตรฯ ล่วงหน้าถึง 3 เดือนค่ะ ก็ไม่เข้าใจว่าจะให้ไปยื่นล่วงหน้าทำไมนานๆ พูดๆ ไปก็เหมือนระบบราชการไทย ไม่รู้ใครเลียนแบบใคร แต่เดี๋ยวนี้ระบบราชการไทยรอคิวไม่นานแล้ว ค่อนข้างเร็วและเป็นระบบมากชึ้น
เข้าเรื่องการรับบัตร Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire กันค่ะ มาดามขอแชร์ประสบการณ์การรับบัตรฯ เป็นขั้นตอนนะค่ะ
- ก่อนออกจากบ้านให้เตรียมเอกสารสำคัญให้ครบตามที่ระบุไว้ในจดหมายแจ้งให้มารับบัตร เช่น บัตรแทน หรือ Récépissé de demand de carte de séjour หนังสือเดินทาง จดหมายแจ้งจาก Préfecture
(สามารถอ่านลิสต์รายการเอกสารได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/07/titre-de-sejour.html) มาดามขอแนะนำให้เตรียมเอกสารไปให้ครบนะค่ะ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาทั้งของตัวเองและของคนอื่นที่เขายืนต่อคิว คือ ถ้ายังไม่ได้ชำระค่าอากรแสตมป์ ก็ให้แลกกับ la poste ไปล่วงหน้าตามจำนวนที่ระบุไว้ในจดหมาย Convocation ค่ะ ไม่งั้นจะต้องเสียเวลาไปกดคิวสำหรับ la caisse เพื่อไปแลกแสตมป์ แล้วถึงจะกลับมายื่นขอรับบัตรฯอีกครั้ง มันเสียเวลาค่ะ - กดบัตรคิวที่เครื่อง ตรงช่อง étrangers คือ งานบริการต่างชาติ จากนั้นก็ให้กด retrait คือ มารับบัตร ส่วน demand สำหรับผู้ที่มาติดต่อยื่นขอทำบัตรค่ะ
- นั่งรอเรียกหมายเลขบัตรคิว ดูหมายเลขเรียกคิวมี่จอมอนิเตอร์กลาง หรือคอยส่องดูที่ป้ายบนเคาน์เตอร์ หรือ guichet des étrangers
- เมื่อถึงคิว ให้ยื่นเอกสารที่เตรียมมา คือ ใบ récépissé de demand de carte de séjour จดหมาย convocation และแสตมป์อากรสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ชำระ และเจ้าหน้าที่จะไปหยิบบัตรฯ พร้อมขอดูหนังสือเดินทาง และให้เซ็นชื่อลงในใบรับบัตร
ด้านหน้าของบัตรพำนักชั่วคราว
ด้านหลังบัตร
ด้านหลัง Attestation de remise
จะแจ้งว่าบัตร Titre de séjour ของคุณเป็นแบบ smart card คือ ชิพอิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลบุคคลและลายนิ้วมือ ซึ่งป้องกันการปลอมแปลงบัตรฯ และเป็นการจัดทำตามกฎหมายมาตรา 78-17 วันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1978
จะเห็นได้ว่าข้อมูลส่วนตัวที่เป็นตัวเลขในบัตรฯ มีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขของบัตร Titre de séjour เอง หมายเลข AGDREF ของชาวต่างชาติอย่างเราๆ และหมายเลขประจำตัวของคนไทย ซึ่งเป็นข้อมูลตัวเลขเฉพาะบุคคลที่สำคัญของผู้ถือบัตรด้วย โดยอ้างอิงจากหนังสือเดินทาง แต่หมายเลขนี้ไม่ใช่หมายเลขของหนังสือเดินทาง เพราะหมายเลขนี้ไม่เปลี่ยน ไม่เหมือนหมายเลขหนังสือเดินทางที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ออกเล่มใหม่มันคือหมายเลขที่ระบุ ปีค.ศ. เดือน วันที่เกิดของผู้ถือหนังสือเดินทาง และหมายเลขนี้จะปรากฎในวีซ่าค่ะ ลองไปสังเกตุดูนะค่ะ หมายเลขจะขึ้นด้วย THA เหมือนกัน จากนั้นก็ต่างกันตรงปี เดือน วันที่เกิดของแต่ละคน
F คือ เพศหญิง (ไม่ใช้ F ที่มาจาก officiel หรือหนังสือเดินทางราชการ นะค่ะ อิอิ)
มาดามก็เพิ่งสังเกตุเห็นหลังจากที่ได้รับบัตร Titre de séjour มาครอบครองแล้วค่ะ สาวๆ ลองส่องดูข้อมูลส่วนตัวในหนังสือเดินทางของตัวเองดูนะค่ะ
ตอนนี้ไปไหนมาไหน ไม่ต้องพกหนังสือเดินทางแล้วค่ะ พกแค่ titre de séjour ใบเดียวพอ (ใช้เดินทางในฝรั่งเศส ถ้าบินไปต่างประเทศก็ยังต้องพกหนังสือเดินทางไปด้วยนะค่ะ)
หวังว่าข้อมูลที่มาดามนำมาแชร์จะเป็นประโยชน์นะค่ะ
Thursday, July 2, 2015
หนังสือแจ้งให้ไปรับ Titre de séjour
ตั้งแต่ไปเรียนภาษาฝรั่งเศสกับ APP มาดามไม่ค่อยมีเวลามาอัพเดทข่าวสารและความรู้ พอดีวีคนี้ได้รับจดหมายที่รอมาหลายเดือน จดหมายจาก Préfecture du Bas-Rhin แจ้งให้ไปรับ titre de séjour ค่ะ
Titre de séjour กับ Carte de séjour ต่างกันไหม
สำหรับสะใภ้ใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่ดินแดนน้ำหอม เมื่อวีซ่าระยะยาวที่ได้มาจากกรุงเทพฯ หมดอายุ ต้องไปยื่นขอ Titre de séjour เป็นบัตรพำนักในประเทศฝรั่งเศสชั่วคราว คือ มีอายุ 1 ปี เท่านั้น หรือจะเรียกว่าเป็น Carte de séjour temporaire นั่นเอง โดยจะเรียกย่อๆ ว่า CST บนบัตรจะระบุว่า Vie privée et familiale และต้องยื่นขอ Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire ล่วงหน้าประมาณ 2-3 เดือน
แถมให้อีกนิด Carte de Résident Permanent คือ บัตรพำนัก 10 ปี เรียกย่อๆ ว่า CR เทียบได้กับ resident card นั่นเอง จะขอได้เมื่อแต่งงานและอยู่ด้วยกันที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเวลา 3 ปี
มาดูหน้าตาจดหมายแจ้งให้ไปรับ Titre de séjour กัน
ในจดหมายจะระบุว่าตามที่ได้ขอ Le titre de séjour ณ ที่ทำการ la Préfecture (กรณีนี้ มาดามอยู่เขต 67 ต้องไปขอที่ la Préfecture Strasbourg ในบางเขตสามารถยื่นขอได้ที่ Sous-Préfecture ได้ด้วย)
ระบุต่ออีกว่าเชิญให้เข้าไปรับด้วยตนเอง ได้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2015
ย่อหน้าต่อมาจะเป็นการแจ้งรายการเอกสารที่ต้องนำติดตัวไปด้วยในวันรับ carte de séjour ดังนี้
สำหรับกรณีสะใภ้ฝรั่งเศส จะดูตรงไหนว่าต้องชำระเท่าไหร่ ลองพลิกไปด้านหลัง และหาคำว่า Conjoint de Français จะพบว่าค่าอากรฯอยู่ที่ 160€ ค่ะ
บางคนอาจจะเกิดอาการงงเล็กน้อย ก็ตารางมันมีหลายช่อง แล้วของนู๋จะเป็นช่องไหนละ สำหรับสะใภ้ป้ายแดงที่ขอ Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire เป็นครั้งแรก เพราะวีซ่าระยะยาวหมด ให้ดูที่ช่องขวาสุด ของ Conjoint de français (แต่ช่องขวาสุดมันเขียนว่ากรณีต่อการ์ดนี่นา แล้วไอ้ช่องที่บอกว่ายื่นขอสำหรับการ์ดครั้งแรก " pour 1er titre " มันไม่ใช่เหรอ ตอนแรกมาดามก็งงแบบนี้ละค่ะ และเดาไปเองว่าเจ้าหน้าที่งงอะไรกับชีวิตเรารึป่าว ถึงระบุให้ชำระค่าอากรฯ 160€ เพราะถ้าขอ titre ครั้งแรกนี่ตั้ง 260€ มาดามขอไขข้อสงสัยให้สาวๆ และเคลียร์ความข้องใจของตัวเองด้วยเลย ที่เราชำระแต่ 160€ นะถูกแล้ว เพราะเรามี Visa long séjour valant titre de séjour (VLS-TS) หรือวีซ่าระยะยาวที่เทียบเท่า Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire แล้ว ที่ใช้คู่กับ OFII Vignette หรือแสตมป์ OFII นั่นแหละ)
ท้ายสุด ในจดหมายยังเน้นว่าควรมายื่นขอต่อ Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือนก่อนวันหมดอายุใน Titre ถ้ามายื่นขอหลังจากวันที่หมดอายุในบัตร จะต้องชำระค่าอากรฯ เพิ่มอีก 180€
ส่วน Note น้อยๆ เป็นเรื่องใบขับขี่ของต่างชาติค่ะ
พรุ่งนี้มาดามงดไปเรียนภาษาฝรั่งเศสที่ APP-SAverne ช่วงบ่าย เพราะจะเข้าไปในเมือง Strasbourg เพื่อไปรับ Titre de séjour ใบแรกในชีวิตค่ะ ไม่รู้คิวจะยาวและต้องรอนานหลายชั่วโมงไหม แล้วมาดามจะมาอัพเดทให้ฟังใหม่นะค่ะ
ช่วงนี้อากาศร้อน สาวๆ อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ นะค่ะ
Titre de séjour กับ Carte de séjour ต่างกันไหม
สำหรับสะใภ้ใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่ดินแดนน้ำหอม เมื่อวีซ่าระยะยาวที่ได้มาจากกรุงเทพฯ หมดอายุ ต้องไปยื่นขอ Titre de séjour เป็นบัตรพำนักในประเทศฝรั่งเศสชั่วคราว คือ มีอายุ 1 ปี เท่านั้น หรือจะเรียกว่าเป็น Carte de séjour temporaire นั่นเอง โดยจะเรียกย่อๆ ว่า CST บนบัตรจะระบุว่า Vie privée et familiale และต้องยื่นขอ Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire ล่วงหน้าประมาณ 2-3 เดือน
แถมให้อีกนิด Carte de Résident Permanent คือ บัตรพำนัก 10 ปี เรียกย่อๆ ว่า CR เทียบได้กับ resident card นั่นเอง จะขอได้เมื่อแต่งงานและอยู่ด้วยกันที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเวลา 3 ปี
มาดูหน้าตาจดหมายแจ้งให้ไปรับ Titre de séjour กัน
ในจดหมายจะระบุว่าตามที่ได้ขอ Le titre de séjour ณ ที่ทำการ la Préfecture (กรณีนี้ มาดามอยู่เขต 67 ต้องไปขอที่ la Préfecture Strasbourg ในบางเขตสามารถยื่นขอได้ที่ Sous-Préfecture ได้ด้วย)
ระบุต่ออีกว่าเชิญให้เข้าไปรับด้วยตนเอง ได้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2015
ย่อหน้าต่อมาจะเป็นการแจ้งรายการเอกสารที่ต้องนำติดตัวไปด้วยในวันรับ carte de séjour ดังนี้
- Récépissé de demande de carte de séjour หรือ RCS คือ ใบที่ la Préfecture ให้มาตอนไปยื่นขอ carte de séjour
- หนังสือเดินทาง
- จดหมายแจ้ง หรือ convocation ฉบับนี้ ที่สาวๆ ได้รับทางไปรษณีย์
- titre de séjour ที่หมดอายุ (ในที่นี้ใช้สำหรับผู้ที่ขอต่อ carte de séjour แต่สำหรับผู้ที่ขอ carte de séjour ครั้งแรก แบบมาดาม ก็ไม่มีค่ะ มีแค่ Stamp OFII ซึ่งก็อยู่ในหนังสือเดินทางของเราอยู่แล้ว)
- ค่าอากรแสตมป์ (กรณีที่ไม่ได้ชำระในวันที่ยื่นขอ carte de séjour)
สำหรับกรณีสะใภ้ฝรั่งเศส จะดูตรงไหนว่าต้องชำระเท่าไหร่ ลองพลิกไปด้านหลัง และหาคำว่า Conjoint de Français จะพบว่าค่าอากรฯอยู่ที่ 160€ ค่ะ
บางคนอาจจะเกิดอาการงงเล็กน้อย ก็ตารางมันมีหลายช่อง แล้วของนู๋จะเป็นช่องไหนละ สำหรับสะใภ้ป้ายแดงที่ขอ Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire เป็นครั้งแรก เพราะวีซ่าระยะยาวหมด ให้ดูที่ช่องขวาสุด ของ Conjoint de français (แต่ช่องขวาสุดมันเขียนว่ากรณีต่อการ์ดนี่นา แล้วไอ้ช่องที่บอกว่ายื่นขอสำหรับการ์ดครั้งแรก " pour 1er titre " มันไม่ใช่เหรอ ตอนแรกมาดามก็งงแบบนี้ละค่ะ และเดาไปเองว่าเจ้าหน้าที่งงอะไรกับชีวิตเรารึป่าว ถึงระบุให้ชำระค่าอากรฯ 160€ เพราะถ้าขอ titre ครั้งแรกนี่ตั้ง 260€ มาดามขอไขข้อสงสัยให้สาวๆ และเคลียร์ความข้องใจของตัวเองด้วยเลย ที่เราชำระแต่ 160€ นะถูกแล้ว เพราะเรามี Visa long séjour valant titre de séjour (VLS-TS) หรือวีซ่าระยะยาวที่เทียบเท่า Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire แล้ว ที่ใช้คู่กับ OFII Vignette หรือแสตมป์ OFII นั่นแหละ)
ท้ายสุด ในจดหมายยังเน้นว่าควรมายื่นขอต่อ Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือนก่อนวันหมดอายุใน Titre ถ้ามายื่นขอหลังจากวันที่หมดอายุในบัตร จะต้องชำระค่าอากรฯ เพิ่มอีก 180€
ส่วน Note น้อยๆ เป็นเรื่องใบขับขี่ของต่างชาติค่ะ
พรุ่งนี้มาดามงดไปเรียนภาษาฝรั่งเศสที่ APP-SAverne ช่วงบ่าย เพราะจะเข้าไปในเมือง Strasbourg เพื่อไปรับ Titre de séjour ใบแรกในชีวิตค่ะ ไม่รู้คิวจะยาวและต้องรอนานหลายชั่วโมงไหม แล้วมาดามจะมาอัพเดทให้ฟังใหม่นะค่ะ
ช่วงนี้อากาศร้อน สาวๆ อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ นะค่ะ
Sunday, June 21, 2015
Apprendre le français: Les pronoms relatifs
มาดามเวียนเฮดและปวดเฮดมากกับเรื่อง les pronoms relatifs โดยเฉพาะ les pronoms relatifs composés ค่ะ สืบเนื่องจากเมื่อวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา มาดามได้เรียน (ทำแบบฝึกหัด) เรื่อง les pronoms relatifs และมาดามทำผิดหมดค่ะ เพราะคำอธิบายที่ให้มาในแบบฝึกหัดมันช่างสั้นมาก แถมอธิบายเป็นภาษาฝรั่งเศส มาดามเลยมันตึบ กลับบ้านมาก็นอนอย่างเดียวเพราะเล่นเอา mal à la tête สุดๆ
มาดามพยายามรวบรวมและทำสรุปเรื่อง les pronoms relatifs มาแชร์ เผื่อมีสาวๆ ที่มีอาการเดียวกับมาดาม จะได้เข้าใจการใช้ les pronoms relatifs มากขึ้นค่ะ
มาดามพยายามรวบรวมและทำสรุปเรื่อง les pronoms relatifs มาแชร์ เผื่อมีสาวๆ ที่มีอาการเดียวกับมาดาม จะได้เข้าใจการใช้ les pronoms relatifs มากขึ้นค่ะ
Les pronoms relatifs คือ
สรรพนามที่ใช้เชื่อมประโยค 2 ประโยคเข้าด้วยกัน เพื่อไม่ต้องกล่าว หรือเขียนคำนามนั้นซ้ำ
ไปซ้ำมา (สังเกตุคำว่า relatifs ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ์กัน พูดง่ายๆ คือ
คำที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน หรือเชื่อมโยงกันได้นั่นเอง) สามารถแบ่ง les pronoms
relatifs ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1.
Les pronoms relatifs inviriables (inviraibles คือ ไม่สามารถเปลี่ยนผัน ไม่เปลี่ยนรูป) อาจเรียกอีกอย่างว่า
les pronoms simple มี qui, que, dont และ où
|
qui
|
sujet
ประธาน
|
ใช้เมื่อมีประธาน
หรือ sujet เป็นคนเดียวกันหรือสิ่งเดียวกัน โดยจะวาง qui
ติดหน้าคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน และต้องผันกริยาตามประธาน (คำนาม) ที่ใช้
qui เชื่อม
n + qui + v. (ต้องมีคำนามอยู่หน้า qui และ qui
จะต้องตามด้วยกริยาเสมอ)
qui ถ้าตามด้วยกริยาที่ขึ้นต้นด้วยสระ
หรือ voyelle ไม่ต้องลดรูป
qui
|
-C’est une femme. Elle apprend le français avec moi. => C’est une femme qui apprend le français avec moi.
นี่ไงผู้หญิงที่เรียนภาษาฝรั่งเศสกับฉัน
อธิบาย:
คำนามซ้ำกันคือ une femme และ Elle จึงใช้ qui แทน Elle
-J’aime ce livre. Ce livre
est bien écrit. => J’aime ce livre, qui est bien
écrit.
ฉันชอบหนังสือเล่มนี้ซึ่งเขียนได้ดีมาก
อธิบาย:
คำนามซ้ำกันคือ ce livre
-J’ai un chien qui aime se
baigner. (J’ai un chien. Un chien aime se baigner).
ฉันมีสุนัข
1 ตัวซึ่งมันชอบอาบน้ำ
อธิบาย:
คำนามซ้ำกันคือ un chien
|
|
que
|
C.O.D.
กรรมตรง
|
ใช้แทนคำนามที่มีซ้ำกันทั้ง
2 ประโยค โดยในประโยคที่ 2 คำนามนั้นทำหน้าที่เป็นกรรมตรง หรือ C.O.D.
(Coplément d’objet direct) เราจึงใช้ que แทน
s1 + v+ n + que + s2 + v
ในประโยคที่ใช้
que มาเชื่อมจะมีประธานคนละตัว (ไม่เหมือน qui ที่มีประธานเดียวกัน) ดังนั้น
กริยาที่ตามมาจะไม่ผันตามคำนามที่อยู่ หน้า que แต่จะผันตามประธานตัวที่ 2
ที่อยู่หลัง que
ถ้าอยู่ในกาล
composée ตัวกริยาที่เป็น p.p. (participe passé) จะต้องผันตามเพศและพจน์ของคำนามที่
que ตามหลังด้วย
que ถ้าตามด้วยด้วยสระ
หรือ voyelle ต้องลดรูปเป็น
qu’
|
-C’est une femme. J’ai rencontré cette
femme à l’APP. => C’est une femme que j’ai
rencontrée
à l’APP.
นี่ไงผู้หญิงที่ฉันเจอที่
APP
อธิบาย: une
femme และ cette femme คือ คำนามที่ซ้ำกัน
que ใช้แทน
cette femme ซึ่งเป็นกรรมตรง หรือ C.O.D. ในประโยคที่ 2
เมื่อกรรมตรงวางอยู่ข้างหน้าในประโยคกาล
composée ต้องทำ accord ตามเพศและพจน์ cette femme เป็น คำนามเพศหญิง เอกพจน์
หรือ nom féminin singilier ดังนั้นต้องผันกริยา rencontré ให้สอดคล้องกับ cette
femme คือ เติม e เข้าไป
-Ce sont les histoires. Elle les
aime le plus. => Ce sont les histoires qu’elle aime le plus.
นี่คือเรื่องที่เธอชอบมากที่สุด
อธิบาย:
คำนามที่ซ้ำกัน คือ les histoires และ les (les คือ กรรมตรง)
que ใช้แทน
les ที่เป็นกรรมตรง และทำการลดรูป เพราะอยู่หน้า elle
|
|
dont
|
C.O.I.
กรรมรองที่ใช้กับ de
|
แทนคำนามที่ซ้ำกัน
โดยคำนามในประโยคหลังที่เป็นกรรมรอง หรือ Complément d’objet indirect จะตามด้วย
de
s + v+ n + dont + s + v
de + n แสดงความเป็นเจ้าของ
ถ้าในประโยคหลังมี
adjectifs possessifs (ma, mes, son, ses...) ต้องเปลี่ยนเป็น articles définis
(le, la, les)
Dont เป็นคำเชื่อมประโยค
2 ประโยคเข้าด้วยกัน เทียบเท่าคำว่า whose ในภาษาอังกฤษ อย่าจำสับสนกับคำว่า
donc ที่แปลว่า ดังนั้น
ใช้กับกริยาที่มี
de เช่น
V. avoir
besoin de ต้องการ, V. avoir envie de ปรารถนา,
V. avoir peur de กลัว, V. parler de พูดถึง, V. se souvenir de จำได้,
V. se servir de ใช้สำหรับ, V. s’occuper de ดูแล, V. être fier de ภูมิใจ, V.
rêver de ฝันถึง, V. penser de คิดเกี่ยวกับ
|
-C’est un garçon. Le père de ce garçon est
comédien. => C’est un garçon dont le père est
comédien.
นั่นไงเด็กผู้ชาย
ที่พ่อของเขาเป็นนักแสดง
อธิบาย:
คำนามซ้ำกัน คือ un garçon และ ce garçon
dont ใช้แทน
de ce garçon
-C’est une maison. Sa
chambre est grande et belle. => C’est une maison dont la chambre
est grande et belle.
นั่นไงบ้านหลังที่มีห้องนอนกว้าง
และสวย
อธิบาย:
คำช้ำกัน คือ une maison และ sa (de la maison)
dont ใช้แทน
sa ซึ่งเป็น adj. possessif ต้องเปลี่ยน sa เป็น la แทน
-C’est une amie. Je parle souvent d’elle
à mes parents. => C’est une amie dont je parle
souvent à mes parents.
นั่นไงเพื่อนคนที่ฉันพูดถึงให้พ่อแม่ของฉันฟังบ่อยๆ
|
|
où
|
lieu
สถานที่
temps
เวลา
|
ใช้แทนสถานที่
ที่กล่าวซ้ำอีกในประโยคหลัง
บางครั้งใช้
d’où (de+où) หรือ par où
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกริยาที่ใช้กับคำนามที่บ่งบอกสถานที่ เช่น venir de+lieu (มาจาก)
จะใช้ d’où เชื่อมประโยค แต่ถ้าเป็น passer par+lieu (ผ่านทาง) จะใช้ par où แทน
คำว่า où ที่ซึ่ง หรือ where ต้องมี accent grave เสมอ
ถ้าไม่มีจะกลายเป็น ou ที่แปลว่า หรือ (or ในภาษาอังกฤษ)
ใช้แทนเวลา
|
-C’est l’école. J’apprends le français dans cette école. => C’est l’école
où
j’apprends le français.
นี่ไงโรงเรียนที่ฉันเรียนภาษาฝรั่งเศส
อธิบาย:
สถานที่ คือ l’école และ cette école
où แทน
cette école
-Vous avez déjà
visité la petite ville. Je viens de cette petite ville. => Vous avez déjà visité la petite ville d’où je viens.
คุณเคยไปเที่ยวเมืองเล็กๆที่ฉันอยู่
(มาจาก)
อธิบาย:
สถานที่ คือ la petite ville และ cette petite ville
d’où แทน de cette petite ville
-1975, c’est l’année où je suis née. => 1975, c’est l’année. Je suis née en 1975.
ปี 1975
นี่คือที่ปีที่ฉันเกิด
อธิบาย où
ใช่เชื่อมประโยคโดยแทนปี 1975
|
กริยาที่ใช้
de (v+de+qq’un/qq’ch)
|
s’accompagner
de
|
ไปเป็นเพื่อน
|
accoucher
de
|
ให้กำเนิด
give birth
|
approcher
de
|
ใกล้กับ
ใกล้มาถึง
approach
|
|
avoir
besoin de
|
ต้องการ
|
avoir envie
de
|
ปรารถนา
|
avoir honte
de
|
ละอายใจ
|
|
avoir l’air
de
|
มีท่าทาง
|
avoir le
temps de
|
มีเวลา
|
avoir peur
de
|
กลัว
|
|
être
certain de
|
มั่นใจ
|
changer de
|
เปลี่ยนจาก
|
être chargé
de
avoir la
charge de
avoir la
capacité de
avoir la responsabilité de
|
รับผิดชอบ
responsible
for
|
|
être rempli
de
|
เต็มไปด้วย
|
être déçu
de
|
ผิดหวัง
|
se
déprendre de
|
กำจัด
|
|
être
différent de
|
ต่างจาก
differ from
|
douter de
|
สงสัย
|
être
entouré de
s’entourer
de
|
ห้อมล้อมไปด้วย
|
|
se moquer
de
|
หยอกล้อ
make fun of
|
s’occuper
de
|
ยุ่ง
วุ่นวายกับ
|
rire de
|
หัวเราะ
|
|
être
satisfait de
|
พอใจกับ
|
se souvenir
de
|
จำได้
remember
|
être sûr de
|
มั่นใจ
|
2.
Les pronoms relatifs variables (variables คือ เปลี่ยนรูปได้) หรือ les pronoms relatifs
composées จะต้องผันตามเพศและพจน์ของคำนามเสมอ
|
|
Singular เอกพจน์
|
Pluriel พหูพจน์
|
||
|
Masculin เพศชาย
|
Féminin เพศหญิง
|
Masculin เพศชาย
|
Féminin เพศหญิง
|
|
|
ไม่มี au, à
la, aux หรือ de ในประโยค
|
lequel
|
laquelle
|
lequels
|
laquelles
|
|
ใช้เมื่อมี
de ใน
|
duquel
|
de laquelle
|
desquels
|
desquelles
|
|
ใช้เมื่อมี
au, à la, aux
|
auquel
|
à laquelle
|
auxquels
|
auxquelles
|
lequel,
laquelle, lequels และ laquelles อาจจะมีบุพบทอื่นย้ายมาวางอยู่ข้างหน้าได้ เช่น
|
sur
|
บน
on, over
|
pour
|
สำหรับ
for
|
avec
|
กับ
with
|
|
sans
|
ปราศจาก
|
contre
|
ติดกับ พาด
against
|
dans
|
ใน
|
|
devant
|
ข้างหน้า
in front
|
chez
|
ที่บ้าน กับ
at
|
en
|
ใน
in
|
ตัวอย่างการใช้
- Ce sont des personnes. On peut avoir
confiance en
des personnes.
=> Ce sont
des personnes en
qui on peut avoir confiance.
=> Ce sont
des personnes en
lesquelles on peut avoir confiance. (lesquelles แทน des personnes)
กริยาที่ตามด้วย
à เช่น
|
parler à
|
พูดกับ
|
donner à
|
ให้กับ
|
expliquer à
|
อธิบายแก่
|
|
sourire à
|
ยิ้มให้
|
écrire à
|
เขียนถึง
|
téléphoner
à
|
โทรหา
|
|
penser à
|
คิดถึง
|
résister à
|
ต่อต้าน
คัดค้าน
|
renoncer à
|
ยกเลิก
|
|
s’intéresser
à
|
สนใจใน
|
s’habituer
à
|
เคยชินกับ
|
s’opposer à
|
ค้าน
ไม่เห็นด้วยกับ
|
|
tenir à
|
สนใจใน
|
tenir à
faire
|
ตั้งใจทำ
|
grâce à
|
ขอบคุณ
thanks to
|
|
assister à
|
เข้าร่วมประชุม
เป็นพยาน
ดู to watch
|
arriver à
|
เดินทางถึง
ประสบผลสำเร็จ
|
avoir
recours à
|
ใช้
(ใช้ทรัพยากร)
|
|
apprendre à
|
เรียน
|
commander à
|
สั่ง ควบคุม
|
se mettre à
|
เริ่ม
|
|
obéir à
|
เชื่อฟัง
|
parvenir à
|
ประสบผลสำเร็จ
|
plaire à
|
ชอบที่จะ
|
|
répondre à
|
ตอบ
|
ressembler
à
|
คล้ายกับ
|
rêver à
|
ฝันที่จะ
|
|
semblable à
|
คล้ายกับ
|
servir à
|
ใช้สำหรับ
|
réflichir à
|
คิด
|
|
accrocher à
|
แขวนกับ
|
|
|
|
|
ตัวอย่างการใช้
auquel, à laquelle
- C’est l’homme. Mon mari a parlé à cet homme
hier.
=> C’est l’homme à
qui mon mari a parlé hier.
=> C’est l’homme auquel
mon mari a parlé hier. (auquel ใช้แทน à cet homme เพราะ cet homme
เป็นคำนามเพศชาย เอกพจน์ และในประโยคมี à หน้าคำนามเพศชายเอกพจน์ ต้องเปลี่ยนเป็น
au จึงเป็น auquel หรือจะใช้ à qui แทนก็ได้)
- C’est la femme. Tu as souri à cette femme.
=> C’est la femme à
qui tu as souri.
=> C’est la femme à
laquelle tu as souri. (à laquelle ใช้แทน cette femme
ที่เป็นคำนามเพศหญิง เอกพจน์ ที่อยู่หลัง à
คำบุพบทที่ใช้
de เช่น
|
en face de
|
ตรงข้าม
|
à coté de
|
ข้างๆ
|
près de
|
ใกล้กับ
|
|
à proximité de
|
ใกล้กับ
|
à cause de
|
เนื่องจาก
|
en bas de
|
ข้างใต้ อยู่ก้น
at the bottom
|
|
en haut de
|
ข้างบน อยู่สูง
|
auprès de
|
ใกล้
กับ
|
à l’occasion de
|
เนื่องในโอกาส
|
|
au-delà
|
ที่เหนือกว่า
มากกว่า
beyond
|
à propos de
|
เกี่ยวกับ
about
|
au cours de
|
ระหว่าง
during
|
|
à la suite de
|
ติดตาม
ตามนี้
|
à l’intérieur de
|
ข้างใน
|
à l’extérieur de
|
ข้างนอก
|
|
au-dessus de
|
ข้างล่าง
|
au dessous de
|
ข้างบน
|
en fonction de
|
เนื่องด้วย
|
|
en fin de
|
ช่วงท้าย
|
au début de
|
เริ่มตัน
|
en début de
|
เริ่มตัน
|
|
au centre de
|
ตรงกลาง
|
autour de
|
รอบๆ
|
au milieu de
|
ตรงกลาง
|
|
à bord de
|
บนเครื่องบิน
บนรถ
|
loin de
|
ไกลจาก
|
en raison de
|
เพราะว่า
|
ตัวอย่างการใช้
duquel, de laquelle
- Elles
habitent près d’un hôtel. Cet hôtel
est très connu.
=> L’hôtel
près duquel
elles habitent est très connu. (cet hôtel คำนามเพศชาย เอกพจน์ ซึ่งมีคำว่า près
de อยู่ จึงต้องใช้ duquel – près duquel)
ข้อควรจำ
1) dont จะใช้กับกริยาที่ตามด้วย de เช่น V. parler de, V. se souvenir de
เป็นต้น และคำนาม หรือ adjectif ที่แสดงความเป็นเจ้าของ เช่น les parents de, les
bras de, mon maison, son jardin เป็นต้น รวมถึงสำนวนที่ใช้ V. être + adj + de
เช่น V. être fier de และ V. avoir + n + de เช่น V. avoir peur de, V. avoir
envie de เป็นต้น
2) duquel, de
laquelle, desquels, desquelles จะใช้กับสำนวนหรือบุพบทที่ตามด้วย de หรือ les
locutions prèpositives
เคล็ดไม่ลับ ทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าจะใช้ pronom relatif composée
ตัวไหน?
1.
ลองนำประโยคหลังมาตั้งคำถามดู
2.
จำกริยาและสำนวนว่า
ตัวไหนตามด้วย à ตัวไหนตามด้วย de
ตัวอย่าง Voici le plongeoir .......... j’ai sauté pour
la compétition de saut à la piscine.
นี่ไงกระดานกระโดดน้ำที่ซึ่งฉันได้กระโดดลงไปเพื่อการแข่งขันกระโดดน้ำในสระน้ำ
คำถาม คือ J’ai sauté de
quoi? Le
plongeoir => J’au sauté du plongeoir pour la compétition de saut à la
piscine.
กริยา คือ V. sauter de
คำตอบ คือ de + lequel
ที่ใช้กับเพศชาย เอกพจน์ ใช้แทน le plongeoir => duquel
Voici le plongeoir duquel j’ai sauté pour la compétition de saut à la
piscine.
C’est bien le jeu ...... nous
pensons.
มันเป็นเกมที่ซึ่งพวกเรานึกถึง
คำถาม คือ Nous pensons à quoi? Le jeu => Nous pensons au jeu. (à+le = au)
กริยา คือ V. penser à
คำตอบ คือ à+le กลายเป็น au + quel
=> auquel ใช้แทน le jeu ที่เป็นนามเพศชาย
เอกพจน์
C’est bien le
jeu auquel
nous pensons.
สาวๆ สามารถดาวน์โหลดไฟล์สรุปเก็บไว้อ่านได้ที่นี่ค่ะ https://drive.google.com/file/d/0B_oD2Gt3XahWaWVCYWZWTG1hSm8/view?usp=sharing
Bon courage à tous!
Subscribe to:
Posts (Atom)


















