มาดามได้ทำแนวข้อสอบ OFII รวมไว้เป็นไฟล์ ให้สะใภ้ที่ต้องการเตรียมตัวสอบ OFII ที่กรุงเทพฯ โหลดไปอ่านเตรียมตัวสอบคะ ทั้งนี้ รวบรวมจากประสบการณ์ตัวเอง และจาก Lady Inter
ตอนที่มาดามเตรียมตัวไปสอบ OFII ก็ search หาอ่านแนวข้อสอบจาก Lady Inter แต่ตอนนั้นมีข้อมูลไม่มาก พอได้แนวทางไปเตรียมตัว ให้สามีช่วยเขียนคำตอบเตรียมไว้เรื่องการทำงาน ส่วนคำศัพท์ก็ไปหารวบรวมเอามาท่อง เคยทำไฟล์ word ไว้ แต่ดันมือบอนไป format external hard disk ไฟล์สำคัญๆ หายเกลี้ยง เลยต้องมานั่งทำใหม่
ถ้าใครอยากให้ส่งเมล์ให้ รบกวนส่งข้อความทิ้งไว้ที่ https://www.facebook.com/chezmadameb นะคะ เพราะมีการแจ้งเตือนเข้ามือถือ ถ้าทิ้งข้อความไว้ที่ blogger มาดามไม่เห็นคร้า
Bonne chance นะคะ
โหลดไฟล์ได้ตามลิ้ง https://drive.google.com/file/d/0B_oD2Gt3XahWcWY5ZE5KZ3JKOTg/view?usp=sharing
เพจสำหรับการเตรียมตัวสอบ OFII และการขอวีซ่าระยะยาว พร้อมสอนภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น ชีวิตในฝรั่งเศส
Showing posts with label OFII. Show all posts
Showing posts with label OFII. Show all posts
Saturday, August 15, 2015
Monday, July 20, 2015
Time line ของการย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ฝรั่งเศส
ช่วงนี้เป็นช่วง vacances ของชาวฝรั่งเศส มาดามไม่มีเรียนกับ APP เพราะปิดเทอม ชีวิตผ่อนคลายค่ะ เพราะไม่ต้องปวดหัวกับแบบฝึกหัด 555 วันนี้เลยถือโอกาศทำสรุปเรื่อง Time line หรือขั้นตอนการย้ายถิ่นฐานมาอยู่กับสามีที่ฝรั่งเศส เผื่อว่าสาวๆ สะใภ้ป้ายแดง จะเข้าใจถึงภาพรวมว่าชีวิตต้องวุ่นวายกับเรื่องเอกสารมากมายขนาดไหน ตั้งแต่เริ่มแรกทีจะย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศสแล้ว และชีวิตต้องเตรียมเอกสาร หรือทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะในปีแรกที่ย้ายมาอยู่
มาดูกันคะว่าชีวิตของสะใภ้ใหม่ต้องทำอย่างไรบ้าง
2. การทดสอบภาษาฝรั่งเศสและความรู้เบื้องต้นเรื่องกฎหมายและสิทธิ สอบกับ OFII Bangkok
4. ไปตรวจร่างกาย ชำระค่าแสตมป์ สัมภาษณ์ และเซ็นสัญญากับ OFII สัญญาที่ผูกมัดเรากับ OFII เป็นเวลา 1 ปี เรียกว่า Contrat d'accueil et d'intégration จากนั้นก็รอ OFII นัดอบรมต่างๆ เช่น การใช้ชีวิตอยู่ สิทธิ กฎหมาย การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์ แนะนำเรื่องการหางาน และเรียนภาษาฝรั่งเศส อันหลังนี้แล้วแต่งบประมาณของแต่ละ OFII และโชคของแต่ละคน ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เรียนฟรีกับ OFII (มาดามก็ไม่ได้เรียน)
5. ระหว่างรออบรม ให้ยื่นขอ Carte Vitale กับ L'Assurance Maladie สามารถอ่านรายละเอียดขั้นตอนและรายการเอกสารได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/01/la-carte-vitale.html
6. พอใกล้ครบปี คือ ก่อนวีซ่าในหนังสือเดินทางหมดอายุ 2 เดือน ให้ไปยื่นขอ Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire กับ la Préfecture สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/03/carte-de-sejour.html
การรับบัตรอ่านได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/07/titre-de-sejour_8.html
ในปีแรก ชีวิตของสะใภ้ฯ จะยึ่งวุ่นวายกับ OFII พออบรมครบตาม Contrat ก็หมดภาระแล้วคะ จากนั้นก็วุ่นวายกับ la Préfecture ไปทุกๆ ปี ตาม cycle หรือวงจรในรูป จนกว่าจะได้บัตร 10 ปี และสัญชาติตามลำดับ ชีวิตในประเทศฝรั่งเศสขึ้นอยู่กับเอกสารมากมายคะ ถึงจะวุ่นวาย เอกสารมากมาย แค่ทำตามกฎระเบียบ ก็ไม่ได้ยุ่งยาก ไม่ต้องกังวล แค่เสียเวลานิดนึงเท่านั้นเอง
มาดูกันคะว่าชีวิตของสะใภ้ใหม่ต้องทำอย่างไรบ้าง
คร่าวๆ สามารถแบ่งเป็น 6 ขั้นตอน ซึ่งสำคัญมาก
1. การขอวีซ่า- สำหรับคนที่ต้องการมาจดทะเบียนสมรสที่ประเทศฝรั่งเศส ก็ต้องยื่นขอวีซ่าแต่งงาน ระยะสั้น กับ TLS พอจดทะเบียนกับ la mairie แล้วก็ต้องบินกลับมาขอวีซ่าย้ายถิ่นฐานที่ไทย
- สำหรับคนที่จดทะเบียนสมรสแล้วที่ไทย ก็ขอยื่นวีซ่าย้ายถิ่นฐานได้เลย
2. การทดสอบภาษาฝรั่งเศสและความรู้เบื้องต้นเรื่องกฎหมายและสิทธิ สอบกับ OFII Bangkok
- สอบผ่านครั้งแรก รอประมาณ 2 วัน จะได้รับวีซ่าย้ายถิ่นฐาน (วีซ่ามีอายุ 1 ปี)
- สอบไม่ผ่าน ได้เรียนภาษาฝรั่งเศสฟรี 40 ชั่วโมง
4. ไปตรวจร่างกาย ชำระค่าแสตมป์ สัมภาษณ์ และเซ็นสัญญากับ OFII สัญญาที่ผูกมัดเรากับ OFII เป็นเวลา 1 ปี เรียกว่า Contrat d'accueil et d'intégration จากนั้นก็รอ OFII นัดอบรมต่างๆ เช่น การใช้ชีวิตอยู่ สิทธิ กฎหมาย การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์ แนะนำเรื่องการหางาน และเรียนภาษาฝรั่งเศส อันหลังนี้แล้วแต่งบประมาณของแต่ละ OFII และโชคของแต่ละคน ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เรียนฟรีกับ OFII (มาดามก็ไม่ได้เรียน)
5. ระหว่างรออบรม ให้ยื่นขอ Carte Vitale กับ L'Assurance Maladie สามารถอ่านรายละเอียดขั้นตอนและรายการเอกสารได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/01/la-carte-vitale.html
6. พอใกล้ครบปี คือ ก่อนวีซ่าในหนังสือเดินทางหมดอายุ 2 เดือน ให้ไปยื่นขอ Titre de séjour/ Carte de séjour temporaire กับ la Préfecture สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/03/carte-de-sejour.html
การรับบัตรอ่านได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/07/titre-de-sejour_8.html
ในปีแรก ชีวิตของสะใภ้ฯ จะยึ่งวุ่นวายกับ OFII พออบรมครบตาม Contrat ก็หมดภาระแล้วคะ จากนั้นก็วุ่นวายกับ la Préfecture ไปทุกๆ ปี ตาม cycle หรือวงจรในรูป จนกว่าจะได้บัตร 10 ปี และสัญชาติตามลำดับ ชีวิตในประเทศฝรั่งเศสขึ้นอยู่กับเอกสารมากมายคะ ถึงจะวุ่นวาย เอกสารมากมาย แค่ทำตามกฎระเบียบ ก็ไม่ได้ยุ่งยาก ไม่ต้องกังวล แค่เสียเวลานิดนึงเท่านั้นเอง
Tuesday, March 10, 2015
DILF คืออะไร
DILF คืออะไร
DILF มาจากคำว่า Diplôme Initial de Langue Française คือ ประกาศณียบัตรความรู้ภาษาฝรั่งเศสขั้นเริ่มต้น ในฐานะที่เป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งใช้สำหรับบุคคลทั่วไปที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศสและเพิ่งเข้ามาอาศัยในประเทศฝรั่งเศส และเป็นผู้ที่มีความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสน้อย
ทำไมบางทีเป็น DILF บางทีเป็น DELF?
DILF คือ การเรียนภาษาฝรั่งเศสในระดับเริ่มต้น คือ เริ่มจากศูนย์ ไม่มีพื้นฐานเลย หรือ พื้นฐานฝรั่งเศสไม่แน่น ส่วน DELF คือ การเรียนภาษาฝรั่งเศสในระดับ beginner และเป็นประกาศณียบัตรความรู้ภาษาฝรั่งเศสพื้นฐาน ถัดมาจาก DILF นั่นเอง
ระดับภาษาฝรั่งเศส
DILF เป็นการประเมินความรู้ภาษาฝรั่งเศส ทั้ง 4 ด้าน คือ ฟัง อ่าน พูด เขียน ส่วนการวัดระดับความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสในระดับ DILF A1.1 จะเน้นที่ความเข้าใจในการฟังและการพูด
สาวๆ ที่เรียนคอร์สภาษาฝรั่งเศสกับ OFII จบแล้ว จะต้องสอบวัด DILF เพื่อให้ได้ใบประกาศณียบัตรมา ข้อสอบ DILF คะแนนเต็ม 100 คะแนน ต้องสอบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 50 คะแนน และสอบปากเปล่า หรือ épreuves orals (Oral test) 35 คะแนนจาก 70 คะแนน เวลาในการสอบ คือ 1 ชั่วโมง 15 นาที
ตัวอย่างข้อสอบ DILF สามารถดูได้ที่ http://www.ciep.fr/en/dilf
Bonne chance à tous! ขอให้โชคดี สอบผ่านทุกคนนะค่ะ
DILF มาจากคำว่า Diplôme Initial de Langue Française คือ ประกาศณียบัตรความรู้ภาษาฝรั่งเศสขั้นเริ่มต้น ในฐานะที่เป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งใช้สำหรับบุคคลทั่วไปที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศสและเพิ่งเข้ามาอาศัยในประเทศฝรั่งเศส และเป็นผู้ที่มีความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสน้อย
ทำไมบางทีเป็น DILF บางทีเป็น DELF?
DILF คือ การเรียนภาษาฝรั่งเศสในระดับเริ่มต้น คือ เริ่มจากศูนย์ ไม่มีพื้นฐานเลย หรือ พื้นฐานฝรั่งเศสไม่แน่น ส่วน DELF คือ การเรียนภาษาฝรั่งเศสในระดับ beginner และเป็นประกาศณียบัตรความรู้ภาษาฝรั่งเศสพื้นฐาน ถัดมาจาก DILF นั่นเอง
ระดับภาษาฝรั่งเศส
DILF เป็นการประเมินความรู้ภาษาฝรั่งเศส ทั้ง 4 ด้าน คือ ฟัง อ่าน พูด เขียน ส่วนการวัดระดับความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสในระดับ DILF A1.1 จะเน้นที่ความเข้าใจในการฟังและการพูด
สาวๆ ที่เรียนคอร์สภาษาฝรั่งเศสกับ OFII จบแล้ว จะต้องสอบวัด DILF เพื่อให้ได้ใบประกาศณียบัตรมา ข้อสอบ DILF คะแนนเต็ม 100 คะแนน ต้องสอบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 50 คะแนน และสอบปากเปล่า หรือ épreuves orals (Oral test) 35 คะแนนจาก 70 คะแนน เวลาในการสอบ คือ 1 ชั่วโมง 15 นาที
ข้อสอบ
|
ระยะเวลา
(นาที)
|
คะแนน
|
|
ความเข้าใจในการฟัง
|
25
|
35
|
|
ทักษะการอ่าน
|
25
|
15
|
|
การพูด
|
10
|
35
|
|
การเขียน
|
15
|
15
|
| คะแนนรวม |
/100
|
ตัวอย่างข้อสอบ DILF สามารถดูได้ที่ http://www.ciep.fr/en/dilf
Bonne chance à tous! ขอให้โชคดี สอบผ่านทุกคนนะค่ะ
Monday, February 9, 2015
ใบประกาศณียบัตรของ OFII
Mission completes! มาดามรู้สึกโล่ง มีความสุข ไม่ต้องมีภาระผูกพันกับ OFII อีกต่อไป เราขาดกัน 5555 ทำไมนะเหรอ ก็มาดามอบรมครบหมดแล้วตามที่ OFII กำหนด (หมายเหตุ การอบรมที่ OFII กำหนด อาจจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับแต่ละ case แต่ละเขต) เอาเป็นว่ามาดู collection ใบประกาศณียบัตร OFII ของมาดามกัน มีทั้งหมด 5 ใบ (7 เดือนที่มาอยู่ฝรั่งเศส)
Attestation ที่ได้จากการอบรมตามที่ OFII กำหนดไว้ใน Contrat d'accueil et d'intégration ตาม Article 1: Engagement de l'Etat
1) Attestation Ministérielle de Dispense de Formation Linguistique ใบสีนำ้เงิน ที่ได้ตอนสอบภาษากับ OFII ที่กรุงเทพฯ คือ Bilan lunguistique ความสามารถด้านภาษาฝรั่งเศส
2) Attestation de Connaissance des Valeurs de la République ใบสีเหลือง ได้วันไปสอบที่ OFII กรุงเทพฯ เป็นการวัดความรู้เรื่องประเทศฝรั่งเศส สิทธิ กฎหมาย
3) Attestation session d'Information sur la vie en France ใบสีเขียว ที่ไปอบรมกับ Formation เรื่องการใช้ชีวิตในประเทศฝรั่งเศส
4) Attestation de Réalisation d'un Bilan de Compétences Professionnelles ใบสีส้ม เป็นการสัมภาษณ์และให้คำแนะนำเรื่องการหางาน
5) Attestation de Formation Civique ใบสีฟ้า เป็นการอบรมเรื่องการปกครอง ประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศส
สำหรับการอบรม No. 3 และ 4 OFII จะจ้างล่ามมาแปลฝรั่งเศส-ไทย หรือ ฝรั่งเศส-อังกฤษ แล้วแต่เราจะแจ้งกับ OFII ไว้ ส่วน Bilan de Compétences Professionnelles ไม่มีล่ามค่ะ
กรณีของมาดาม OFII Strasbourg ไม่ได้ให้เรียนภาษาฝรั่งเศส มาดามจึงไม่มีการสอบ DILF นะค่ะ และก็ไม่มีเอกสารรับรองในส่วนนี้
เอกสารรับรอง ใบประกาศฯ ต่าง ๆ ที่ได้มา เก็บรวบรวมให้ดี อย่าทำหายนะค่ะ เพราะเป็นเอกสารสำคัญนำไปยื่นขอ Carte de séjour กับ Préfecture และขอการ์ด 10 ปีค่ะ
มาดามขอตัวไปทำการบ้านที่ครูสั่งไว้ก่อนนะค่ะ ณ วันนี้มาดามเหลือแค่ improve french language และ การหางานทำเท่านั้นค่ะ จะหางานดี ๆ ต้องมีสามารถสื่อสารฝรั่งเศสได้ ก็ต้องสู้ต่อไป
1) Attestation Ministérielle de Dispense de Formation Linguistique ใบสีนำ้เงิน ที่ได้ตอนสอบภาษากับ OFII ที่กรุงเทพฯ คือ Bilan lunguistique ความสามารถด้านภาษาฝรั่งเศส
2) Attestation de Connaissance des Valeurs de la République ใบสีเหลือง ได้วันไปสอบที่ OFII กรุงเทพฯ เป็นการวัดความรู้เรื่องประเทศฝรั่งเศส สิทธิ กฎหมาย
3) Attestation session d'Information sur la vie en France ใบสีเขียว ที่ไปอบรมกับ Formation เรื่องการใช้ชีวิตในประเทศฝรั่งเศส
4) Attestation de Réalisation d'un Bilan de Compétences Professionnelles ใบสีส้ม เป็นการสัมภาษณ์และให้คำแนะนำเรื่องการหางาน
5) Attestation de Formation Civique ใบสีฟ้า เป็นการอบรมเรื่องการปกครอง ประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศส
สำหรับการอบรม No. 3 และ 4 OFII จะจ้างล่ามมาแปลฝรั่งเศส-ไทย หรือ ฝรั่งเศส-อังกฤษ แล้วแต่เราจะแจ้งกับ OFII ไว้ ส่วน Bilan de Compétences Professionnelles ไม่มีล่ามค่ะ
กรณีของมาดาม OFII Strasbourg ไม่ได้ให้เรียนภาษาฝรั่งเศส มาดามจึงไม่มีการสอบ DILF นะค่ะ และก็ไม่มีเอกสารรับรองในส่วนนี้
เอกสารรับรอง ใบประกาศฯ ต่าง ๆ ที่ได้มา เก็บรวบรวมให้ดี อย่าทำหายนะค่ะ เพราะเป็นเอกสารสำคัญนำไปยื่นขอ Carte de séjour กับ Préfecture และขอการ์ด 10 ปีค่ะ
มาดามขอตัวไปทำการบ้านที่ครูสั่งไว้ก่อนนะค่ะ ณ วันนี้มาดามเหลือแค่ improve french language และ การหางานทำเท่านั้นค่ะ จะหางานดี ๆ ต้องมีสามารถสื่อสารฝรั่งเศสได้ ก็ต้องสู้ต่อไป
การอบรม Formation Civique
วันที่รอคอยก็มาถึง วันที่อบรมกับ OFII เรื่องสุดท้ายตาม Contrat d'accueil et intégration นั่นคือ Formation Civique มาดามได้ไปอบรมมาเมื่อวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 ตอนแรกที่ได้รับหนังสือนัดหมายเข้าอบรมนี่ดีใจมาก แต่แอบแปลกใจว่าทำไมนัดอบรมวันเสาร์ ในเมื่อหนังสือนัดหมายที่ส่งมาจาก OFII ระบุวันเวลาชัดเจนแบบนี้ ก็ต้องไปตามนัดค่ะ สงสัยล่ามจะว่างแค่วันเสาร์ 555
มาดูหน้าตาหนังสือนัดหมายเข้าอบรม Formation Civique หรือภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Convocation à la Formation Civique (คำว่า Convocation คือ หนังสือนัดหมาย เทียบกับภาษาอังกฤษ คือ Summon ค่ะ ประมาณหมายเรียกตัวนั่นแหล่ะ)
ในหนังสือนัดหมายก็จะระบุว่าอบรมเรื่อง Formation Civique ตามที่ตกลงไว้ในสัญญา หรือ Contrat d'accueil et intégration ที่ได้เซ็นชื่อไว้กับ OFII (ในวันที่นัดตรวจร่างกายและสัมภาษณ์กับ OFII) และระบุให้นำหลักฐานแสดงตัวตนมาด้วย (une pièce d'identité avec photographie) ในที่นี้ หมายถึง หนังสือเดินทางค่ะ แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ได้ดูหรือต้องโชว์หนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่ Formation ดูเลยค่ะ (ปกติเวลาเดินทางออกนอกบ้าน ต้องพกหนังสือเดินทางติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เหมือนพกบัตรประชาชนค่ะ)
ปกติการอบรมที่ใช้เวลาค่อนวันจะมีอาหารกลางวันให้ทานฟรีค่ะ โดยจะระบุไว้ในหนังสือนัดหมายพร้อมขีดเส้นใต้ให้เห็นชัดเจน "Le repas vous sera offert" หมายถึง มีอาหารจัดให้คุณ (sera คือ V. être ในรูปกาลอนาคตค่ะ ส่วน offert ก็คือ offer ในภาษาอังกฤษ)
นอกจากนี้ ในหนังสือนัดหมายยังได้อธิบาย theme ของการอบรม Formation Civique จะเป็นการอบรมเกี่ยวกับการปกครองของสาธารณรัฐฝรั่งเศส คำขวัญหรือหลักการพื้นฐานแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส
ย่อหน้าถัดไป จะระบุชัดว่าเป็นหน้าที่ หรือที่เรียกกันว่า Obligatoire ที่ต้องกระทำ และการอบรมนี้จะได้ไปประกาศณียบัตร หรือ Attestation เพื่อไปยื่นขอ carte de séjour กับ Préfecture และยังเน้นว่าการอบรมนี้ห้ามนำคู่สมรส หรือ บุตร มาเข้าอบรมในห้องด้วย ระหว่างการอบรมจะจัดให้มีล่ามแปล
สรุปง่าย ๆ
-เดินทางไปแต่ตัว ให้สามีไปส่ง ลูกน้อยไม่ควรเอาไปด้วย
-มีล่ามแปลให้ โดยจะจัดที่นั่งแบ่งแยกตามโซนภาษา (ล่ามแปลที่จัดมาให้เป็นล่ามแปลฝรั่งเศส-อังกฤษ เนื่องจากมาดามไม่ต้องการรอเลยแจ้ง OFII ไป และมาดามเองสามารถฟังและสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี หากต้องรอล่ามไทย นั่นหมายถึง รอเวลาล่ามว่าง และรอเพื่อน ๆ คนไทยอีก อย่างน้อยต้องมี 5-6 คน ไม่งั้นไม่จัด แถมมาดามฟังภาษาฝรั่งเศสได้บ้างและใช้วิธีอ่านเอา บวกกับมีความรู้พื้นฐานเรื่องประวัติศาตร์ การเมือง การปกครอง เอาเป็นว่ายังมีความรู้เก่าติดหัวมาบ้างค่ะ อิอิ)
-มีอาหารกลางวันให้ทานฟรี
-เซ็นชื่อก่อนเข้าอบรม
-มีเบรค 10 นาที
-หลังเบรคจะแจกใบประกาศฯ ให้ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด
มาดามขอแชร์ความรู้จากการอบรม Formation Civique เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังจะไปอบรมค่ะ เข้าเนื้อหาการอบรมกันเลยดีกว่า (ค่อนข้างยาว แต่มีประโยชน์สำหรับเป็นความรู้ตอนสอบขอการ์ด 10 ปี และการขอสัญชาติ)
เริ่มต้นการอบรมด้วยเรื่องประวัติศาสตร์ประเทศฝรั่งเศส หรือ 1) Histoire de la France จะกล่าวถึง
-ความเป็นมาของประเทศฝรั่งเศสว่าชาวฝรั่งเศสสืบเชื้อสายมาจากโกล หรือ Gauloise
-ภาษาว่ามีต้นกำเนิดมาจากภาษาละติน
-การเป็นประเทศฝรั่งเศสที่มีอาณาเขตกว้างขวางโดยพระเจ้าฟิลิปที่ 2 Philippe-Auguste ซึ่งทรงตั้งมหาวิทยาลัยปารีสด้วย
-ความขัดแย้งทางศาสนาและการเริ่มต้นของนิดกาย Protestant หรือภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Protestanisme
-การปฎิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1789
-ยุคสมัยจักรวรรดิฝรั่งเศส ยุคนโปเลียน และ Napolian Bonaparte
-สงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย La Prusse และความพ่ายแพ้ของจักรพรรดินโปเลียน การล้มเลิกระบอบการปกครองของจักรวรรดิฝรั่งเศส
-รัฐธรรมนูญฉบับปี ค.ศ. 1875 ยุคสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 ปัจจุบันเป็นสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5
-การต่อสู้สำหรับเสรีภาพและสิทธิทางสังคม
-การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ด้านวิทยาศาสตร์ เช่น Louis Pasteur, Marie Curie, Les frère Lumiere - film maker, Renault - รถยนตร์
-ยุคล่าอาณานิคม ที่ขยายไปถึงแอฟริกาและเอเชีย
-สงครามโลกครั้งที่ I และ II
มาต่อหัวข้อที่ 2) Les Valeurs et les Principes de la République
-ประชาธิปไตย: Le gouvernement du peuple, par le peuple et pour le peuple คือ รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน (คุ้น ๆ ไหมค่ะ แน่ละกฎหมายไทย รากฐานก็มี model มาจากฝรั่งเศส ด้วย)
-การเมืองมีการแบ่งแยกอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นซ้าย-ขวา หรือที่เรียกว่า Gauche et Droite en politique นอกจากนี้ยังมี Extrême Gauche และ Extrême Droite พรรคการเมืองที่เป็นแบบขวาจัด คือ พรรค Front National (FN) มี Marine Le Pen เป็นหัวหน้าพรรค
-ฝรั่งเศสเป็น un pays laïque และเคารพต่อทุกลัทธิความเชื่อ หมายถึง มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา ไม่ได้ระบุว่ามีศาสนาใดเป็นศาสนาประจำชาติ ประชาชนมีสิทธิเลือกนับถือและเปลี่ยนศาสนาได้ ไม่มีการบังคับ แต่มีข้อห้ามไม่ให้สวมใส่สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาในโรงเรียน เช่น ห้ามโพกหัวแบบมุสลิม การแต่งงานตามศาสนา เช่น แต่งงานต่อหน้าอิหม่าม ไม่ถือว่าเป็นการแต่งงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย คือ ต้องไปจดทะเบียนที่ La Marie ถึงจะถูกต้องตามกฎหมายแต่ห้ามปิดหน้าด้วยผ้าคลุม และสามารถจัดพิธีทางศาสนาอีกได้ (แบบบ้านเรา ไปจดทะเบียนสมรสที่เขต แล้วค่อยจัดพิธีแต่งงานตามศาสนา)
-ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ต้องเสียภาษี เนื่องจากเงินภาษีเป็นเงินที่รัฐนำมาสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ Infrastructure ถนน โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น
-ธงชาติ เป็น tricolore หรือสามสี คือ น้ำเงิน ขาว แดง "Bleu-Blanc-Rouge" ถือว่าเป็นป็นสัญลักษณ์ประจำชาติฝรั่งเศส ตามมาตรา 2 แห่งรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐฝรั่งเศส เราจะเห็นธงชาติฝรั่งเศสตามสถานที่ราชการ เช่น La Mairie เป็นต้น สีธงชาติมาตาฐานนี้กำหนดขึ้นในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดี Valéry Giscard d'Estaing แต่เดิมจะมีแค่สีแดงและสีนำ้เงินซึ่งเป็นสีธงประจำกรุงปารีส ส่วนธงสีขาวเป็นสัญลักษณ์ Monarchy และเป็นธงประจำสภาสามัญชน
-Marianne เป็นสัญลักษณ์เชิงที่แสดงถึงเสรีภาพ มาจากคำว่า Mari+Anne สามารถเชื่อมโยงกับ Les Mairies de France เพราะคำว่า Mari >>Mairie
-เพลงชาติฝรั่งเศส หรือ L'Hymne National เดิมชื่อ “Chant de guerre pour l’armée du Rhin” แต่งขึ้นที่เมือง Strasbourg ในปี ค.ศ. 1792 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “La Marseillaise” และใช้เป็นเพลงชาติเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1795
-วันชาติฝรั่งเศส La fête nationale, le 14 juillet วันที่ 14 กรกฎาคม เป็นสัญลักษณ์ของการรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน Symbolise l'unité nationale
-สิทธิมนุษยชนและพลเมือง Les droits de l'Homme et du Citoyen วันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1789
-La Charte Européenne des droits fondamentaux หรือ กฎบัตรสิทธิขั้นพื้นฐานของสหภาพยุโรป หรือบ้านเราเรียก EU เริ่มใช้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 2000 เน้นการไม่เลือกปฏิบัติ ต่อต้านการเลือกปฏิบัติเรื่องสีผิว เพศ เชื้อชาติ ศาสนา เป็นต้น
-คำขวัญประจำชาติ คือ เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ Liberté, Égalité, Fraternité
-La devise de la République >> La liberté เสรีภาพ เป็นหนึ่งในคำขวัญประจำชาติฝรั่งเศส โดยได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1958 มาตรา 4 "La liberté consiste à pouvoir faire tout ce qui ne nuit pas à autrui" ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการกระทำ ที่ไม่กระทบหรือละเมิดสิทธิของผู้อื่น
-รัฐให้ความรับรองความเสมอภาคเท่าเทียมกัน L'égalité garantit par l'Etat
-อายุ 18 ปีสามารถแต่งงานได้ อายุ 17 ปี สามารถทำงานได้
-การหย่า
เรื่องที่ 3) การขอสัญชาติฝรั่งเศส
-เด็กที่เกิดในประเทศฝรั่งเศส ไม่ว่าพ่อแม่จะมีสัญชาติอื่นที่ไม่ใช่ฝรั่งเศสทั่งคู่ ก็จะได้สัญชาติฝรั่งเศสโดยอัตโนมัติ (สัญชาติตามสถานที่เกิด)
-การขอสัญชาติฝรั่งเศสด้วยการแต่งงาน อยู่กิน 3 ปีติดต่อกันในฝรั่งเศส (ไม่สนว่าจะแต่งมานานแล้ว จดทะเบียนที่ไหนมา แต่ต้องอยู่ด้วยกันที่ฝรั่งเศส 3 ปี) ขอการ์ด 10 ปี พอเข้าปีที่ 4 สามารถดำเนินเรื่องขอสัญชาติได้ มีการทดสอบภาษา Niveau B1 หรือระดับ B1
-ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส 5 ปี เช่น ผู้อพยพ
หลังจากอบรมเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านค่ะ ส่วนหน้าตาใบประกาศฯ Attestation de formation civique ตามรูปค่ะ เป็นแผ่นสีฟ้าอ่อน
มาดูหน้าตาหนังสือนัดหมายเข้าอบรม Formation Civique หรือภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Convocation à la Formation Civique (คำว่า Convocation คือ หนังสือนัดหมาย เทียบกับภาษาอังกฤษ คือ Summon ค่ะ ประมาณหมายเรียกตัวนั่นแหล่ะ)
ในหนังสือนัดหมายก็จะระบุว่าอบรมเรื่อง Formation Civique ตามที่ตกลงไว้ในสัญญา หรือ Contrat d'accueil et intégration ที่ได้เซ็นชื่อไว้กับ OFII (ในวันที่นัดตรวจร่างกายและสัมภาษณ์กับ OFII) และระบุให้นำหลักฐานแสดงตัวตนมาด้วย (une pièce d'identité avec photographie) ในที่นี้ หมายถึง หนังสือเดินทางค่ะ แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ได้ดูหรือต้องโชว์หนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่ Formation ดูเลยค่ะ (ปกติเวลาเดินทางออกนอกบ้าน ต้องพกหนังสือเดินทางติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เหมือนพกบัตรประชาชนค่ะ)
ปกติการอบรมที่ใช้เวลาค่อนวันจะมีอาหารกลางวันให้ทานฟรีค่ะ โดยจะระบุไว้ในหนังสือนัดหมายพร้อมขีดเส้นใต้ให้เห็นชัดเจน "Le repas vous sera offert" หมายถึง มีอาหารจัดให้คุณ (sera คือ V. être ในรูปกาลอนาคตค่ะ ส่วน offert ก็คือ offer ในภาษาอังกฤษ)
นอกจากนี้ ในหนังสือนัดหมายยังได้อธิบาย theme ของการอบรม Formation Civique จะเป็นการอบรมเกี่ยวกับการปกครองของสาธารณรัฐฝรั่งเศส คำขวัญหรือหลักการพื้นฐานแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส
ย่อหน้าถัดไป จะระบุชัดว่าเป็นหน้าที่ หรือที่เรียกกันว่า Obligatoire ที่ต้องกระทำ และการอบรมนี้จะได้ไปประกาศณียบัตร หรือ Attestation เพื่อไปยื่นขอ carte de séjour กับ Préfecture และยังเน้นว่าการอบรมนี้ห้ามนำคู่สมรส หรือ บุตร มาเข้าอบรมในห้องด้วย ระหว่างการอบรมจะจัดให้มีล่ามแปล
สรุปง่าย ๆ
-เดินทางไปแต่ตัว ให้สามีไปส่ง ลูกน้อยไม่ควรเอาไปด้วย
-มีล่ามแปลให้ โดยจะจัดที่นั่งแบ่งแยกตามโซนภาษา (ล่ามแปลที่จัดมาให้เป็นล่ามแปลฝรั่งเศส-อังกฤษ เนื่องจากมาดามไม่ต้องการรอเลยแจ้ง OFII ไป และมาดามเองสามารถฟังและสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี หากต้องรอล่ามไทย นั่นหมายถึง รอเวลาล่ามว่าง และรอเพื่อน ๆ คนไทยอีก อย่างน้อยต้องมี 5-6 คน ไม่งั้นไม่จัด แถมมาดามฟังภาษาฝรั่งเศสได้บ้างและใช้วิธีอ่านเอา บวกกับมีความรู้พื้นฐานเรื่องประวัติศาตร์ การเมือง การปกครอง เอาเป็นว่ายังมีความรู้เก่าติดหัวมาบ้างค่ะ อิอิ)
-มีอาหารกลางวันให้ทานฟรี
-เซ็นชื่อก่อนเข้าอบรม
-มีเบรค 10 นาที
-หลังเบรคจะแจกใบประกาศฯ ให้ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด
มาดามขอแชร์ความรู้จากการอบรม Formation Civique เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังจะไปอบรมค่ะ เข้าเนื้อหาการอบรมกันเลยดีกว่า (ค่อนข้างยาว แต่มีประโยชน์สำหรับเป็นความรู้ตอนสอบขอการ์ด 10 ปี และการขอสัญชาติ)
เริ่มต้นการอบรมด้วยเรื่องประวัติศาสตร์ประเทศฝรั่งเศส หรือ 1) Histoire de la France จะกล่าวถึง
-ความเป็นมาของประเทศฝรั่งเศสว่าชาวฝรั่งเศสสืบเชื้อสายมาจากโกล หรือ Gauloise
-ภาษาว่ามีต้นกำเนิดมาจากภาษาละติน
-การเป็นประเทศฝรั่งเศสที่มีอาณาเขตกว้างขวางโดยพระเจ้าฟิลิปที่ 2 Philippe-Auguste ซึ่งทรงตั้งมหาวิทยาลัยปารีสด้วย
-ความขัดแย้งทางศาสนาและการเริ่มต้นของนิดกาย Protestant หรือภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Protestanisme
-การปฎิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1789
-ยุคสมัยจักรวรรดิฝรั่งเศส ยุคนโปเลียน และ Napolian Bonaparte
-สงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย La Prusse และความพ่ายแพ้ของจักรพรรดินโปเลียน การล้มเลิกระบอบการปกครองของจักรวรรดิฝรั่งเศส
-รัฐธรรมนูญฉบับปี ค.ศ. 1875 ยุคสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 ปัจจุบันเป็นสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5
-การต่อสู้สำหรับเสรีภาพและสิทธิทางสังคม
-การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ด้านวิทยาศาสตร์ เช่น Louis Pasteur, Marie Curie, Les frère Lumiere - film maker, Renault - รถยนตร์
-ยุคล่าอาณานิคม ที่ขยายไปถึงแอฟริกาและเอเชีย
-สงครามโลกครั้งที่ I และ II
มาต่อหัวข้อที่ 2) Les Valeurs et les Principes de la République
-ประชาธิปไตย: Le gouvernement du peuple, par le peuple et pour le peuple คือ รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน (คุ้น ๆ ไหมค่ะ แน่ละกฎหมายไทย รากฐานก็มี model มาจากฝรั่งเศส ด้วย)
-การเมืองมีการแบ่งแยกอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นซ้าย-ขวา หรือที่เรียกว่า Gauche et Droite en politique นอกจากนี้ยังมี Extrême Gauche และ Extrême Droite พรรคการเมืองที่เป็นแบบขวาจัด คือ พรรค Front National (FN) มี Marine Le Pen เป็นหัวหน้าพรรค
-ฝรั่งเศสเป็น un pays laïque และเคารพต่อทุกลัทธิความเชื่อ หมายถึง มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา ไม่ได้ระบุว่ามีศาสนาใดเป็นศาสนาประจำชาติ ประชาชนมีสิทธิเลือกนับถือและเปลี่ยนศาสนาได้ ไม่มีการบังคับ แต่มีข้อห้ามไม่ให้สวมใส่สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาในโรงเรียน เช่น ห้ามโพกหัวแบบมุสลิม การแต่งงานตามศาสนา เช่น แต่งงานต่อหน้าอิหม่าม ไม่ถือว่าเป็นการแต่งงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย คือ ต้องไปจดทะเบียนที่ La Marie ถึงจะถูกต้องตามกฎหมายแต่ห้ามปิดหน้าด้วยผ้าคลุม และสามารถจัดพิธีทางศาสนาอีกได้ (แบบบ้านเรา ไปจดทะเบียนสมรสที่เขต แล้วค่อยจัดพิธีแต่งงานตามศาสนา)
-ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ต้องเสียภาษี เนื่องจากเงินภาษีเป็นเงินที่รัฐนำมาสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ Infrastructure ถนน โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น
-ธงชาติ เป็น tricolore หรือสามสี คือ น้ำเงิน ขาว แดง "Bleu-Blanc-Rouge" ถือว่าเป็นป็นสัญลักษณ์ประจำชาติฝรั่งเศส ตามมาตรา 2 แห่งรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐฝรั่งเศส เราจะเห็นธงชาติฝรั่งเศสตามสถานที่ราชการ เช่น La Mairie เป็นต้น สีธงชาติมาตาฐานนี้กำหนดขึ้นในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดี Valéry Giscard d'Estaing แต่เดิมจะมีแค่สีแดงและสีนำ้เงินซึ่งเป็นสีธงประจำกรุงปารีส ส่วนธงสีขาวเป็นสัญลักษณ์ Monarchy และเป็นธงประจำสภาสามัญชน
-Marianne เป็นสัญลักษณ์เชิงที่แสดงถึงเสรีภาพ มาจากคำว่า Mari+Anne สามารถเชื่อมโยงกับ Les Mairies de France เพราะคำว่า Mari >>Mairie
-เพลงชาติฝรั่งเศส หรือ L'Hymne National เดิมชื่อ “Chant de guerre pour l’armée du Rhin” แต่งขึ้นที่เมือง Strasbourg ในปี ค.ศ. 1792 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “La Marseillaise” และใช้เป็นเพลงชาติเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1795
-วันชาติฝรั่งเศส La fête nationale, le 14 juillet วันที่ 14 กรกฎาคม เป็นสัญลักษณ์ของการรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน Symbolise l'unité nationale
-สิทธิมนุษยชนและพลเมือง Les droits de l'Homme et du Citoyen วันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1789
-La Charte Européenne des droits fondamentaux หรือ กฎบัตรสิทธิขั้นพื้นฐานของสหภาพยุโรป หรือบ้านเราเรียก EU เริ่มใช้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 2000 เน้นการไม่เลือกปฏิบัติ ต่อต้านการเลือกปฏิบัติเรื่องสีผิว เพศ เชื้อชาติ ศาสนา เป็นต้น
-คำขวัญประจำชาติ คือ เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ Liberté, Égalité, Fraternité
-La devise de la République >> La liberté เสรีภาพ เป็นหนึ่งในคำขวัญประจำชาติฝรั่งเศส โดยได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1958 มาตรา 4 "La liberté consiste à pouvoir faire tout ce qui ne nuit pas à autrui" ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการกระทำ ที่ไม่กระทบหรือละเมิดสิทธิของผู้อื่น
-รัฐให้ความรับรองความเสมอภาคเท่าเทียมกัน L'égalité garantit par l'Etat
-อายุ 18 ปีสามารถแต่งงานได้ อายุ 17 ปี สามารถทำงานได้
-การหย่า
เรื่องที่ 3) การขอสัญชาติฝรั่งเศส
-เด็กที่เกิดในประเทศฝรั่งเศส ไม่ว่าพ่อแม่จะมีสัญชาติอื่นที่ไม่ใช่ฝรั่งเศสทั่งคู่ ก็จะได้สัญชาติฝรั่งเศสโดยอัตโนมัติ (สัญชาติตามสถานที่เกิด)
-การขอสัญชาติฝรั่งเศสด้วยการแต่งงาน อยู่กิน 3 ปีติดต่อกันในฝรั่งเศส (ไม่สนว่าจะแต่งมานานแล้ว จดทะเบียนที่ไหนมา แต่ต้องอยู่ด้วยกันที่ฝรั่งเศส 3 ปี) ขอการ์ด 10 ปี พอเข้าปีที่ 4 สามารถดำเนินเรื่องขอสัญชาติได้ มีการทดสอบภาษา Niveau B1 หรือระดับ B1
-ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส 5 ปี เช่น ผู้อพยพ
หลังจากอบรมเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านค่ะ ส่วนหน้าตาใบประกาศฯ Attestation de formation civique ตามรูปค่ะ เป็นแผ่นสีฟ้าอ่อน
Saturday, December 20, 2014
ระยะเวลาการติดต่อ OFII และการตามเรื่องหนังสือนัดเข้าอบรม Formation
แน่นอนทีเดียวว่าสะใภ้ฝรั่งเศสที่เพิ่งติดตามสามีมาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส จะมีความกังวลมากในเรื่องเอกสาร การอบรบ ที่ต้องเข้าตามที่ OFII ระบุไว้ใน contrat และมากกว่า 90% ที่ต้องรอแล้วรอเล่า มาดามเองก็เป็น 1 ในนั้น
มาดามขอไล่ series เวลาดำเนินการของ OFII โดยคร่าวๆ
สถานะในปัจจุบันยังรอหนังสือนัดหมายสำหรับ session: Formation civique เรื่องสุดท้ายที่รอ ให้สามีโทรติดต่อ OFII ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน ยังไม่สามารถติดต่อได้เลย ติดต่อยากมาก ไม่มีคนรับสาย สายไม่ว่างบ้าง เลยต้องแวะไปที่สำนักงาน OFII เพื่อสอบถามโดยตรงเลย ไปตอนใกล้เวลาเลิกงาน แน่นอนว่าไม่มีใครอยู่ นอกจากส่วน Accueil หรือ reception ไม่ต่างจากไทย เลยสอบถามเรื่องนัดหมาย คำตอบคือ รอล่ามไทย!!!! จริง ๆ ตอนสัมภาษณ์ก็แจ้งไปแล้วว่าได้ทั้งไทยและอังกฤษ ครั้งนี้เลยบอกไปว่าภาษาอังกฤษก็ได้ จะได้ไม่ต้องรอนาน เจ้าหน้าที่ OFII เลยลง note ไว้ให้ในระบบ และมาดามยังคงต้องรอหนังสือนัดหมายต่อไป และคาดว่าคงได้รับในเดือนมกราคม 2558 เพราะเดือนธันวาคม ช่วงเทศกาลไม่มีใครทำงาน และไม่มีงบประมาณเหลือสำหรับจัด Formation ได้ คาดว่ารองบประมาณปีหน้า
ข้อสังเกตุ
มาดามขอไล่ series เวลาดำเนินการของ OFII โดยคร่าวๆ
- ย้ายมาอยู่ฝรั่งเศสตอนปลายเดือนกรกฎาคม 2557
- ได้รับหนังสือจาก OFII เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2557 ยืนยันว่าได้รับเอกสารของเราแล้ว 1 อาทิตย์หลังจากส่งเอกสารไปให้
- ได้รับหนังสือนัดตรวจร่างกาย สัมภาษณ์ จาก OFII เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 หรือ 1 เดือนนับจากวันที่มาอยู่ที่ฝรั่งเศส
- เข้า ตรวจร่างกาย สัมภาษณ์ เซ็นสัญญา หรือ contrat และรับ Titre de séjour เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2557 หรือรอประมาณเดือนเศษ
- เข้ารับการอบรมใน session: Information sur la vie en France และได้รับใบ certification สีเขียว เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2557
- เข้า session: Bilan de compétences professionelles กับ ID Formation แบบตัวต่อตัว เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557
- ปัจจุบัน ยังรอหนังสือนัดหมายจาก OFII สำหรับ session: Formation civique
สถานะในปัจจุบันยังรอหนังสือนัดหมายสำหรับ session: Formation civique เรื่องสุดท้ายที่รอ ให้สามีโทรติดต่อ OFII ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน ยังไม่สามารถติดต่อได้เลย ติดต่อยากมาก ไม่มีคนรับสาย สายไม่ว่างบ้าง เลยต้องแวะไปที่สำนักงาน OFII เพื่อสอบถามโดยตรงเลย ไปตอนใกล้เวลาเลิกงาน แน่นอนว่าไม่มีใครอยู่ นอกจากส่วน Accueil หรือ reception ไม่ต่างจากไทย เลยสอบถามเรื่องนัดหมาย คำตอบคือ รอล่ามไทย!!!! จริง ๆ ตอนสัมภาษณ์ก็แจ้งไปแล้วว่าได้ทั้งไทยและอังกฤษ ครั้งนี้เลยบอกไปว่าภาษาอังกฤษก็ได้ จะได้ไม่ต้องรอนาน เจ้าหน้าที่ OFII เลยลง note ไว้ให้ในระบบ และมาดามยังคงต้องรอหนังสือนัดหมายต่อไป และคาดว่าคงได้รับในเดือนมกราคม 2558 เพราะเดือนธันวาคม ช่วงเทศกาลไม่มีใครทำงาน และไม่มีงบประมาณเหลือสำหรับจัด Formation ได้ คาดว่ารองบประมาณปีหน้า
ข้อสังเกตุ
- งบประมาณที่ OFII ได้รับมา คงไม่เยอะมาก เพราะรัฐบาลฝรั่งเศสกำลังประสบปัญหาเรื่องงบประมาณต่าง ๆ เศรษฐกิจย่ำแย่ รัฐเองไม่เน้นสนับสนุนคนต่างชาติเท่าไหร่ เพราะรัฐต้องนำเงินงบประมาณไปใช้ด้านอื่นด้วย
- ย้ายมาต้นปี น่าจะดีกว่า เพราะเพิ่งได้รับงบประมาณ แต่ถ้ามากลางปีเป็นต้นไป เงินงบประมาณเหลือน้อย หลายคนจึงถูกตัดสิทธิการเข้าอบรบภาษากับ OFII
- การเข้าอบรมและมีล่ามไทยแปล ต้องรอจำนวนคนไทย คาดว่าขั้นต่ำ 10 คน เพื่อคุ้มค่าจ้างล่ามไทยให้มาแปลในแต่ละ session และต้องรอเวลาว่างของล่ามด้วย
- หากสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ก็ควรแจ้งไปว่าขอเข้า session ภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้ไม่ต้องรอล่ามไทย ซึ่งรอนานกว่า
- ติดต่อ OFII ควร walk in เข้าไป จะดีที่สุด
Monday, December 1, 2014
เล่าสู่กันฟังเรื่อง Bilan de compétences professionnelles
วันนี้มาดามขอเล่าเรื่องการเข้าฟัง Bilan de compétences professionnelles ซึ่งทาง OFII ได้นัดหมายให้ไปฟังกับ ID Formation เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2557 โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ Formation ได้โทรมาแจ้งขอเลื่อนเวลาจากบ่ายสามเป็นบ่ายสองแทน
สิ่งที่ต้องเตรียมไปสำหรับการเข้าฟัง Bilan de compétences professionnelles
Bilan de compétences professionnelles คืออะไร ถ้าเดาจากคำศัพท์เทียบเคียงกับภาษาอังกฤษ มันคือเรื่องเกี่ยวกับความสามารถในการทำงาน คำว่า Bilan de compétences หมายถึง skills assessment เป็นการประเมินว่าเรามีทักษะและความสามารถด้านใด เพื่อหางานที่เราสามารถทำได้
เมื่อไปถึงตามเวลาที่นัดหมาย จะมีเจ้าหน้าที่ Formation มาต้อนรับและพาเข้าห้อง จะเป็นการสัมภาษณ์ สอบถามข้อมูลของเรา โดยจะถามตอบเป็นภาษาฝรั่งเศส ถ้าตอบไม่ได้จริงๆ ก็สามารถตอบและอธิบายเป็นภาษาอังกฤษได้ค่ะ โดยเจ้าหน้าที่จะประเมินและคีย์ข้อมูลลงใน file และจะพิมพ์ยื่นให้เราเซ็นชื่อ ชุดหนึ่งจะส่งไปให้ OFII อีกชุดให้เราเก็บไว้
แน่นอนว่า พอนั่งเก้าอี้แล้ว เจ้าหน้าที่จะขอดูหนังสือเดินทางของเรา และเช็คดู titre de séjour ที่ได้จาก OFII และบันทึกข้อมูล ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ จากนั้นจะเป็นคำถามที่เจ้าหน้าที่สอบถามเพื่อเก็บข้อมูลและให้คำแนะนำเรื่องการหางาน
สำหรับคนที่คิดว่าจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ มี 2 ทางเลือก คือ สถาบันเอกชน แต่จำนวนชั่วโมงทำงานไม่ถึง 35 hrs ต่อวีค ส่วนโรงเรียนรัฐ ต้องมีสัญชาติฝรั่งเศสก่อน และต้องมี diplôme
สำหรับคนอยากเป็นล่าม คงต้องลงเรียนที่มหาวิทยาลัยค่ะ
เมื่อจบการสัมภาษณ์และการแนะนำเรื่องหางานก็จะต้องเซ็นชื่อในใบเข้ารับการอบรม session นี้
และรับ certificate สีส้มมาครอบครอง และต้องเก็บให้ดี เพื่อนำไปยื่นขอวีซ่าสำหรับปีถัดไปที่ Prefecture โดยใบสีส้มนี่ เรียกว่า "Attestation de réalisation d'un bilan de compétences professionnelle"
จากนั้น เจ้าหน้าที่ให้เซ็นเอกสาร Annexe 1 Bilan และ Plan d'action และมอบให้เราเก็บไว้ชุดนึง ซึ่งเอกสารนี้จะเป็นรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่สอบถามไป พร้อมด้วยการประเมินว่าควรทำอะไรต่อไปเพื่อสามารถหางานได้ โดยเอกสารนี้จะมีชื่อและเบอร์ติดต่อของเจ้าหน้าที่ Formation หากเรามีปัญหาในการหางาน หรือ เปลี่ยนใจอยากประกอบอาชีพอื่น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้ตัวอย่างการเขียน CV และ motivation letter มาให้เพื่อเขียนส่งไปสมัครงานที่ Pole emploi ค่ะ 555 resume ของมาดามยาวมาก ก็ประสบการณ์เยอะ ทำไงได้
ตอนนี้ มาดามรอ OFII ส่งหนังสือนัดหมายไปอบรม Formation Civique เรื่องสุดท้ายก็จะ complete ตาม contrat ที่เซ็นไว้กับ OFII ค่ะ ส่วนเรื่องหางาน คงต้องใช้เวลา ในเมื่อภาษาฝรั่งเศสยังอ้อแอ้แบบนี้ งานคงหาไม่ได้แน่นอน ต้องอดทนอย่างมากค่ะ และก็จะพยายามให้พูดให้ได้ และสามารถใช้ภาษาฝรั่งเศสได้ในระดับหนึ่ง
C'est la vie en France!
สิ่งที่ต้องเตรียมไปสำหรับการเข้าฟัง Bilan de compétences professionnelles
- หนังสือเดินทาง
- Resume
- หนังสือนัดหมายของ OFII
เมื่อไปถึงตามเวลาที่นัดหมาย จะมีเจ้าหน้าที่ Formation มาต้อนรับและพาเข้าห้อง จะเป็นการสัมภาษณ์ สอบถามข้อมูลของเรา โดยจะถามตอบเป็นภาษาฝรั่งเศส ถ้าตอบไม่ได้จริงๆ ก็สามารถตอบและอธิบายเป็นภาษาอังกฤษได้ค่ะ โดยเจ้าหน้าที่จะประเมินและคีย์ข้อมูลลงใน file และจะพิมพ์ยื่นให้เราเซ็นชื่อ ชุดหนึ่งจะส่งไปให้ OFII อีกชุดให้เราเก็บไว้
แน่นอนว่า พอนั่งเก้าอี้แล้ว เจ้าหน้าที่จะขอดูหนังสือเดินทางของเรา และเช็คดู titre de séjour ที่ได้จาก OFII และบันทึกข้อมูล ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ จากนั้นจะเป็นคำถามที่เจ้าหน้าที่สอบถามเพื่อเก็บข้อมูลและให้คำแนะนำเรื่องการหางาน
- เดินทางมาถึงฝรั่งเศสเมื่อเดือนอะไร
- พูดภาษาอะไรได้บ้าง (มาดามก็ตอบไป Thai, anglais, français et allemand แต่สองอันหลังนี่ พูดได้นิดหน่อย)
- มี diplôme ไหม เรียนกี่ปี (มาดามก็บอกไป แกรมม่าไม่ถูกต้องแต่สื่อสารกันเข้าใจ เช่น bachelor de droit (นิติศาสตร์) 4 ans, master à linquistique et communication 2 ans ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็สอบถามต่อว่าภาษาไทยเหรอ มาดามก็บอกไปว่า en anglais)
- ที่ไทย เคยทำงานอะไร ก็อธิบายไปเพราะฝรั่งเศสไม่เข้าใจคำว่า "state-owned enterprise" หรือ รัฐวิสหากิจ เลยต้องบอกว่า government agency
- ทำงานที่ฝรั่งเศสหรือไม่ คือ ทำงานอยู่หรือไม่ ก็บอกไปว่าหางานอยู่ และทำกิจกรรมอะไรบ้างวันๆ (มาดามก็บอกไปว่าไปเป็น volunteer ถักนิตติ้งประดับเมือง Marlenheim)
- งานที่ทำชื่อตำแหน่งและ ทำเกี่ยวกับอะไร ก็อธิบายไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะขอดู resume ก็หยิบให้ไปดู เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเทียบเคียงตำแหน่งจากภาษาอังกฤษเป็นฝรั่งเศสอีกครั้ง
- ใช้ computer และโปรแกรมอะไรได้บ้าง
- อยากประกอบอาชีพอะไร เพื่อเจ้าหน้าที่ Formation จะได้แนะนำให้ได้ว่าเราควรเริ่มต้นยังไง ต้องเรียนอะไรเพิ่มเติม และที่ไหน
- ได้เรียนภาษาฝรั่งเศสที่ไหน กี่ชั่วโมงต่อวีค ตรงนี้เลยจัดไปว่า OFII ไม่ได้ให้เรียนภาษา ต้องหาเอง ได้เรียนกับ Trampoline บลา ๆ เจ้าหน้าที่เลยถามว่าได้ดูที่อื่นไหม เลยบอกไปว่า alliance française ที่นี่แพงมาก ราคา double price เมื่อเทียบกับไทย เจ้าหน้าที่เลยบอกว่าจากที่พูดคุยกันนี่มาดามก็สามารถตอบได้และเข้าใจคำถามดี ซึ่ง OFII คงคิดเหมือนกันเลยไม่เสนอคอร์สภาษาให้ แถมปีนี้งบหมด <<< กระจ่างตรงนี้ละว่าทำไมไม่ได้เรียน คือ คนที่มากลางปี งบหมด อดเรียน ให้มาต้นปีจะดีที่สุด
- มีใบขับขี่ไหม
- มีปัญหากับสามีไหม
สำหรับคนที่คิดว่าจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ มี 2 ทางเลือก คือ สถาบันเอกชน แต่จำนวนชั่วโมงทำงานไม่ถึง 35 hrs ต่อวีค ส่วนโรงเรียนรัฐ ต้องมีสัญชาติฝรั่งเศสก่อน และต้องมี diplôme
สำหรับคนอยากเป็นล่าม คงต้องลงเรียนที่มหาวิทยาลัยค่ะ
เมื่อจบการสัมภาษณ์และการแนะนำเรื่องหางานก็จะต้องเซ็นชื่อในใบเข้ารับการอบรม session นี้
และรับ certificate สีส้มมาครอบครอง และต้องเก็บให้ดี เพื่อนำไปยื่นขอวีซ่าสำหรับปีถัดไปที่ Prefecture โดยใบสีส้มนี่ เรียกว่า "Attestation de réalisation d'un bilan de compétences professionnelle"
จากนั้น เจ้าหน้าที่ให้เซ็นเอกสาร Annexe 1 Bilan และ Plan d'action และมอบให้เราเก็บไว้ชุดนึง ซึ่งเอกสารนี้จะเป็นรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่สอบถามไป พร้อมด้วยการประเมินว่าควรทำอะไรต่อไปเพื่อสามารถหางานได้ โดยเอกสารนี้จะมีชื่อและเบอร์ติดต่อของเจ้าหน้าที่ Formation หากเรามีปัญหาในการหางาน หรือ เปลี่ยนใจอยากประกอบอาชีพอื่น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้ตัวอย่างการเขียน CV และ motivation letter มาให้เพื่อเขียนส่งไปสมัครงานที่ Pole emploi ค่ะ 555 resume ของมาดามยาวมาก ก็ประสบการณ์เยอะ ทำไงได้
ตอนนี้ มาดามรอ OFII ส่งหนังสือนัดหมายไปอบรม Formation Civique เรื่องสุดท้ายก็จะ complete ตาม contrat ที่เซ็นไว้กับ OFII ค่ะ ส่วนเรื่องหางาน คงต้องใช้เวลา ในเมื่อภาษาฝรั่งเศสยังอ้อแอ้แบบนี้ งานคงหาไม่ได้แน่นอน ต้องอดทนอย่างมากค่ะ และก็จะพยายามให้พูดให้ได้ และสามารถใช้ภาษาฝรั่งเศสได้ในระดับหนึ่ง
C'est la vie en France!
Monday, November 3, 2014
การอบรมครั้งแรกกับ OFII
หลังจากที่มาดามห่างหายไปสักพัก เพราะยุ่งกับการถักนิตติ่งนะค่ะ เร่งถักให้น้อง ๆ ที่ไทย กับถักเอาไว้ใช้เองสำหรับหน้าหนาวที่ฝรั่งเศส วันนี้มาดามขอมาแชร์ประสบการณ์การเข้าอบรมครั้งแรกกับ OFII ค่ะ สำหรับมาดามเป็นการอบรมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในฝรั่งเศสค่ะ ที่เรียกว่า "Session d'information sur la vie en France" ซึ่งตามหนังสือนัดหมายที่ได้จาก OFII ในวันที่ไปตรวจร่างกายและเซ็นสัญญากับ OFII นะค่ะ (มาดามได้หนังสือนัดมา 2 ฉบับค่ะ คือ การใช้ชีวิตในฝรั่งเศส กับการหาหางาน ส่วนอีกเรื่องรอ OFII ส่งหนังสือนัดหมายมาทางไปรษณีย์ค่ะ)
มาดูหน้าตาหนังสือนัดหมายของ OFII สำหรับเรื่องการใช้ชีวิตในฝรั่งเศสกันค่ะ
มาดามไปอบรมมาเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2557 ค่ะ ให้ลุงพาไป เพราะไม่สามารถไปเองได้ คือ ต้องนั่งรถบัสไปต่อ tram แล้วเดินต่อไปอีก หลงทางก็พูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ในหนังสือนัดหมายนี่จะระบุวันที่อบรม สถานที่ และเวลาที่เริ่มอบรม (แต่ไม่ระบุเวลาเลิก) พร้อมระบุว่ามีอาหารกลางวันให้ทานฟรีด่วยค่ะ OFII จะจัดหาล่ามไทยให้ค่ะ มาดามขอแนะนำว่าให้พยายามเกาะกลุ่มคนไทยไว้ เพราะในห้องอบรมจะแบ่งให้นั่งเป็นโซน คือ ฝรั่งเศส อาหรับ ไทย เผอิญว่ามาดามไม่ได้เรียนภาษากับ OFII จึงไม่มีเพื่อนคนไทย และที่นั่งเต็ม เลยลากเก้าอี้ไปนั่งข้างเสา ติดกับคนที่พูดฝรั่งเศสได้ ต้องใช้วิชาเงี่ยหูฟังล่ามไทย กับอ่านเอาจาก PowerPoint บน screen นะค่ะ เดา ๆ เอา รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง
ก่อนเริ่มอบรมเจ้าหน้าที่ Formation จะให้เซ็นชื่อค่ะ
เนื้อหาของการอบรม แบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ คือ 1. โรงเรียน การเข้าเรียน สิทธิ(เหมาะสำหรับผู้ที่มีบุตร) 2. การหาที่พัก หรือ lodgement สามารถติดต่อหน่วยงานไหนได้บ้าง สิทธิและสัญญาการเช่า (หัวข้อนี้ มาดามไม่เห็นด้วย เพราะการที่เราจะติดตามมาอยู่กับสามี หรือ ย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศส ก็ต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งอยู่แล้ว) การย้ายที่อยู่ต้องแจ้งหน่วยงานใดบ้าง 3. การรักษาพยาบาล (โดยส่วนตัว น่าจะให้เบอร์โทรฉุกเฉินด้วย จะได้รู้ว่าควรจะติดต่อใคร) สิทธิการคลอดบุตร ตัวอย่างบัตร Vitale Carte d'assurance maladie ว่าหมายเลขในบัตรบ่งบอกอะไรบ้าง เช่น เพศ ปีเกิด เขตที่อยู่ เป็นต้น 4. การหางาน ตัวอย่าง Payroll ลักษณะสัญญาจ้าง 3 ประเภท คือ ถาวรแบบไม่ระบุวันหมดสัญญา แบบระบุเงื่อนไขเวลา และแบบชั่วคราว และอื่น ๆ
ระหว่างการอบรม สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ Formation ได้ค่ะ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามล่ามได้ค่ะ
หลังจากอบรมเสร็จ จะมีใบประกาศสีเขียวอ่อนให้มา ต้องตรวจสอบชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิดว่าถูกต้องหรือไม่ และเก็บรักษาให้ดี อย่าทำหาย เพราะต้องนำไปขอยื่นต่อการ์ดกับ Prefecture ในปีถัดไปค่ะ
พอได้ certificate ครบทุกคน ถือว่าการอบรมเสร็จสิ้น เรามีสิทธิเลือกที่จะไปรับประทานอาหารกลางวันฟรีหรือไม่ไปก็ได้ค่ะ อาหารก็พื้นๆ ไม่ได้เลิศเลออะไร พอทานได้แต่ไม่แซ่บเท่านั้นเอง
สุดท้าย มาดามก็ได้ทำความรู้จักและพูดคุยกับเพื่อนชาวไทย นี่ละคนไทย อย่างน้อยก็ไม่ทิ้งกันค่ะ เพื่อน ๆ น้อง ๆ พี่ ๆ ที่อยู่ Alsace เขต 67 และ 68 น่ารักทุกคนเลย
มาดูหน้าตาหนังสือนัดหมายของ OFII สำหรับเรื่องการใช้ชีวิตในฝรั่งเศสกันค่ะ
มาดามไปอบรมมาเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2557 ค่ะ ให้ลุงพาไป เพราะไม่สามารถไปเองได้ คือ ต้องนั่งรถบัสไปต่อ tram แล้วเดินต่อไปอีก หลงทางก็พูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ในหนังสือนัดหมายนี่จะระบุวันที่อบรม สถานที่ และเวลาที่เริ่มอบรม (แต่ไม่ระบุเวลาเลิก) พร้อมระบุว่ามีอาหารกลางวันให้ทานฟรีด่วยค่ะ OFII จะจัดหาล่ามไทยให้ค่ะ มาดามขอแนะนำว่าให้พยายามเกาะกลุ่มคนไทยไว้ เพราะในห้องอบรมจะแบ่งให้นั่งเป็นโซน คือ ฝรั่งเศส อาหรับ ไทย เผอิญว่ามาดามไม่ได้เรียนภาษากับ OFII จึงไม่มีเพื่อนคนไทย และที่นั่งเต็ม เลยลากเก้าอี้ไปนั่งข้างเสา ติดกับคนที่พูดฝรั่งเศสได้ ต้องใช้วิชาเงี่ยหูฟังล่ามไทย กับอ่านเอาจาก PowerPoint บน screen นะค่ะ เดา ๆ เอา รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง
ก่อนเริ่มอบรมเจ้าหน้าที่ Formation จะให้เซ็นชื่อค่ะ
เนื้อหาของการอบรม แบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ คือ 1. โรงเรียน การเข้าเรียน สิทธิ(เหมาะสำหรับผู้ที่มีบุตร) 2. การหาที่พัก หรือ lodgement สามารถติดต่อหน่วยงานไหนได้บ้าง สิทธิและสัญญาการเช่า (หัวข้อนี้ มาดามไม่เห็นด้วย เพราะการที่เราจะติดตามมาอยู่กับสามี หรือ ย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศส ก็ต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งอยู่แล้ว) การย้ายที่อยู่ต้องแจ้งหน่วยงานใดบ้าง 3. การรักษาพยาบาล (โดยส่วนตัว น่าจะให้เบอร์โทรฉุกเฉินด้วย จะได้รู้ว่าควรจะติดต่อใคร) สิทธิการคลอดบุตร ตัวอย่างบัตร Vitale Carte d'assurance maladie ว่าหมายเลขในบัตรบ่งบอกอะไรบ้าง เช่น เพศ ปีเกิด เขตที่อยู่ เป็นต้น 4. การหางาน ตัวอย่าง Payroll ลักษณะสัญญาจ้าง 3 ประเภท คือ ถาวรแบบไม่ระบุวันหมดสัญญา แบบระบุเงื่อนไขเวลา และแบบชั่วคราว และอื่น ๆ
ระหว่างการอบรม สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ Formation ได้ค่ะ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามล่ามได้ค่ะ
หลังจากอบรมเสร็จ จะมีใบประกาศสีเขียวอ่อนให้มา ต้องตรวจสอบชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิดว่าถูกต้องหรือไม่ และเก็บรักษาให้ดี อย่าทำหาย เพราะต้องนำไปขอยื่นต่อการ์ดกับ Prefecture ในปีถัดไปค่ะ
พอได้ certificate ครบทุกคน ถือว่าการอบรมเสร็จสิ้น เรามีสิทธิเลือกที่จะไปรับประทานอาหารกลางวันฟรีหรือไม่ไปก็ได้ค่ะ อาหารก็พื้นๆ ไม่ได้เลิศเลออะไร พอทานได้แต่ไม่แซ่บเท่านั้นเอง
สุดท้าย มาดามก็ได้ทำความรู้จักและพูดคุยกับเพื่อนชาวไทย นี่ละคนไทย อย่างน้อยก็ไม่ทิ้งกันค่ะ เพื่อน ๆ น้อง ๆ พี่ ๆ ที่อยู่ Alsace เขต 67 และ 68 น่ารักทุกคนเลย
Friday, September 19, 2014
ขั้นตอนการขอ OFII Stamp
วันนี้มาดามจะมาแชร์เรื่องการขอ OFII Stamp สำหรับสะใภ้ฝรั่งเศส หลังจากที่ได้วีซ่าระยะยาวเพื่อติดตามสามีและย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ฝรั่งเศสจากสถานทูตฝรั่งเศสในประเทศไทยแล้ว หลังจากเดินทางเข้าประเทศฝรั่งเศสแล้ว ให้ถ่ายสำเนาหน้าที่มี Stamp ของ Immigration หรือตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องดำเนินการส่งให้ OFII ในเขตของคุณ ซึ่งดูได้จากลิสต์ตารางแนบท้ายเอกสาร VISA De Long Séjour - Demande d'attestation OFII ที่สถานทูตฯ ได้แม็กแนบไว้ในหนังสือเดินทาง
รายการเอกสารที่ต้องส่งให้ OFII เมื่อมาถึงฝรั่งเศสแล้ว (แนะนำให้รีบส่งทันที)
1. สำเนาหน้าที่มี Stamp ของ Immigration หรือตรวจคนเข้าเมือง
2. เอกสาร VISA De Long Séjour - Demande d'attestation OFII โดยให้กรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ หมายเลขวีซ่า วันที่ออกวีซ่าและวันหมดอายุ และวันที่เดินทางมาถึงฝรั่งเศส
3. สำเนาหนังสือเดินทาง
จากนั้นให้สามีติดป้ายชื่อเราที่กล่องรับจดหมายด้วย เพื่อไปรษณีย์มาส่งได้ถูกต้อง เอกสารไม่หาย และก็ใช้ความอดทนรอหนังสือตอบกลับจาก OFII ตอนรอก็กลัวว่าเอกสารหายหรือป่าว กังวลสารพัด ปรากฎว่ามาดามรอประมาณวีคกว่าถึงจะได้หนังสือตอบรับจาก OFII ว่าได้รับเอกสารเรียบร้อยแล้ว และต้องเก็บหนังสือฉบับนี้ไว้ เพื่อไปยื่นที่ OFII ด้วย
ต่อจากนี้ก็จะใช้เวลานานหน่อยกว่าจะได้รับหนังสือนัดหมายจาก OFII ระหว่างนี้อาจจะให้สามีโทรไปสอบถาม OFII เพื่อเป็นการกระตุ้น OFII ได้ มาดามรอประมาณเดือนกว่าถึงจะได้หนังสือจาก OFII Strasbourg แจ้งการนัดหมาย จำนวน 5 ฉบับด้วยกัน คือ
1. VISA DE LONG SEJOUR DISPENSANT DE LA DEMANDE DE PREMIER TITRE DE SEJOUR จะเป็นการแจ้งว่าเราจะใช้ชีวิตในฝรั่งเศส จึงต้องมีการดำเนินการตามลิสต์ที่ระบุในหนังสือนี้ คือ การตรวจร่างกาย เป็นการตรวจร่างกานโดยทั่วไป และ X-ray ปอด สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ OFII ขั้นตอนการได้วีซ่าระยะยาว เป็นต้น
2. CONVOCATION A LA VISITE MEDICALE แจ้งวันนัดหมายและเวลา เพื่อทำการตรวจร่างกายและ X-Ray ปอด ถ้าเคยผ่านการตรวจร่างกายแล้วมีเอกสารใบรับรองจากแพทย์ ก็ให้นำติดตัวไปด้วย จะมีการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดสายตา วัดความดัน
3. CONVOCATION A LA VISITE D'ACCUEIL จะเป็นการแจ้งว่าจะมีการเซ็น Contrat หรือสัญญากับ OFII หากมีงานทำแล้ว หรือมีเอกสารในการทำงาน เสียภาษี ให้เตรียมไปด้วย กรณีมาดาม ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง สามีต้องเขียนหนังสือชี้แจงและยืนยันว่ามาดามอาศัยอยู่กับสามี และก็เตรียมเอกสารของสามีติดไปด้วย
4. CONVOCATION POUR L'ATTESTATION PAR L'OFII DE L'ACCOMPLISSEMENT DES FORMALITES จะแจ้งรายการเอกสารที่ต้องเตรียมไปให้ OFII เพื่อดำเนินการออก OFII Stamp ให้ จะมีหนังสือเดินทาง รูปถ่าย 1 ใบ ใช้รูปที่ขอวีซ่าก็ได้ เอกสารเกี่ยวกับการเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ไม่มีให้สามีเตรียมของสามีไป เอกสารเกี่ยวกับการทำประกันสุขภาพ Certificate ที่ได้จาก OFII Bangkok
5. TAXE PERCUE A L'OCCASION DE LA DELIVRANCE DU PREMIER TITRE DE SEJOUR แจ้งว่าจะต้องเสีย tax จำนวนเท่าไหร่ ของมาดาม 241 ยูโร ให้สามีไปซื้อ stamp จากไปรษณีย์ จะได้เอกสาร stamp มา ให้นำไปยื่นที่ OFII
สรุปรายการเอกสารที่ต้องนำไปยื่นให้ OFII
จากนั้นก็ให้นั่งรอเรียกชื่อตามคิว เพื่อไปตรวจร่างกายเบื้องต้น วัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก วัดสายตา จากนั้น X-ray ปอด ซึ่งต้องถอดเสื้อออก ไม่มีเสื้อคลุมให้ เดิน topless แบบนั้นในห้องที่มีแค่เรากับเจ้าหน้าที่ จากนั้นกลับมารอที่ห้องเดิม จะมีเข้าหน้าที่เปิด VDO ให้ดู และถามว่าเราพูดฝรั่งเศสได้ไหม ไม่ได้จะมีหูฟังที่แปลเป็นอังกฤษให้ฟัง เกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิต ข้อมูลเบื้องต้นของประเทศ แยกเป็น chaptor ย่อย ๆ เช่น Liberté Egalité Fraternité เป็นต้น จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่อีกคนมาอธิบายเรื่องประกันสังคม ถ้ามีลูกน้อยมาด้วย จะสามารถเข้าไปปรึกษาได้เกี่ยวกับการได้รับสิทธิต่าง ๆ และการช่วยเหลือ และมีการแนะนำเรื่องทำใบขับขี่ มีหลายประเทศสามารถทำได้เลย ไม่ต้องสอบ ยกเว้น ไทย เพราะขับรถต่างจากเค้า
ไม่นานหมอจะมาตามให้ไปฟังผล X-ray และวัดความดัน สอบถามว่ามีโรคไหม แล้วก็เซ็นเอกสารให้ ซึ่งต้องเก็บไว้ต่อ Card de séjour ปีหน้า
กลับมารอเจ้าหน้าที่เรียกไปสัมภาษณ์ ให้นำสามีไปเป็นล่าม เพราะจะสอบถามหลายอย่าง เช่น มาถึงฝรั่งเศสเมื่อไหร่ พูดภาษาไรได้บ้าง เรียนจบอะไรมา ทำงานที่ไทยทำอะไร และให้เซ็นชื่อใน Contrat พร้อมนัดหมายสำหรับการอบรม 3 เรื่อง ของมาดาม OFII Strasbourg ไม่ให้เรียนภาษาฝรั่งเศสฟรี เนื่องจากมี Certifiacte สีฟ้ามาจาก Bangkok คือ ยังพูดไม่ได้เลย จะให้มานั่งฟังอบรมการหางาน การใช้ชีวิต สังคม culture อะไร จะไปฟังออกไหมเล่า!!!!
รายการเอกสารที่ต้องส่งให้ OFII เมื่อมาถึงฝรั่งเศสแล้ว (แนะนำให้รีบส่งทันที)
1. สำเนาหน้าที่มี Stamp ของ Immigration หรือตรวจคนเข้าเมือง
2. เอกสาร VISA De Long Séjour - Demande d'attestation OFII โดยให้กรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ หมายเลขวีซ่า วันที่ออกวีซ่าและวันหมดอายุ และวันที่เดินทางมาถึงฝรั่งเศส
3. สำเนาหนังสือเดินทาง
จากนั้นให้สามีติดป้ายชื่อเราที่กล่องรับจดหมายด้วย เพื่อไปรษณีย์มาส่งได้ถูกต้อง เอกสารไม่หาย และก็ใช้ความอดทนรอหนังสือตอบกลับจาก OFII ตอนรอก็กลัวว่าเอกสารหายหรือป่าว กังวลสารพัด ปรากฎว่ามาดามรอประมาณวีคกว่าถึงจะได้หนังสือตอบรับจาก OFII ว่าได้รับเอกสารเรียบร้อยแล้ว และต้องเก็บหนังสือฉบับนี้ไว้ เพื่อไปยื่นที่ OFII ด้วย
หน้าตาซองจดหมายของ OFII
ATTESTATION DE RECEPTION DU FORMULAIRE DE "DEMANDE D'ATTESTATION OFII" หรือ หนังสือตอบรับจาก OFII
ต่อจากนี้ก็จะใช้เวลานานหน่อยกว่าจะได้รับหนังสือนัดหมายจาก OFII ระหว่างนี้อาจจะให้สามีโทรไปสอบถาม OFII เพื่อเป็นการกระตุ้น OFII ได้ มาดามรอประมาณเดือนกว่าถึงจะได้หนังสือจาก OFII Strasbourg แจ้งการนัดหมาย จำนวน 5 ฉบับด้วยกัน คือ
1. VISA DE LONG SEJOUR DISPENSANT DE LA DEMANDE DE PREMIER TITRE DE SEJOUR จะเป็นการแจ้งว่าเราจะใช้ชีวิตในฝรั่งเศส จึงต้องมีการดำเนินการตามลิสต์ที่ระบุในหนังสือนี้ คือ การตรวจร่างกาย เป็นการตรวจร่างกานโดยทั่วไป และ X-ray ปอด สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ OFII ขั้นตอนการได้วีซ่าระยะยาว เป็นต้น
2. CONVOCATION A LA VISITE MEDICALE แจ้งวันนัดหมายและเวลา เพื่อทำการตรวจร่างกายและ X-Ray ปอด ถ้าเคยผ่านการตรวจร่างกายแล้วมีเอกสารใบรับรองจากแพทย์ ก็ให้นำติดตัวไปด้วย จะมีการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดสายตา วัดความดัน
3. CONVOCATION A LA VISITE D'ACCUEIL จะเป็นการแจ้งว่าจะมีการเซ็น Contrat หรือสัญญากับ OFII หากมีงานทำแล้ว หรือมีเอกสารในการทำงาน เสียภาษี ให้เตรียมไปด้วย กรณีมาดาม ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง สามีต้องเขียนหนังสือชี้แจงและยืนยันว่ามาดามอาศัยอยู่กับสามี และก็เตรียมเอกสารของสามีติดไปด้วย
4. CONVOCATION POUR L'ATTESTATION PAR L'OFII DE L'ACCOMPLISSEMENT DES FORMALITES จะแจ้งรายการเอกสารที่ต้องเตรียมไปให้ OFII เพื่อดำเนินการออก OFII Stamp ให้ จะมีหนังสือเดินทาง รูปถ่าย 1 ใบ ใช้รูปที่ขอวีซ่าก็ได้ เอกสารเกี่ยวกับการเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ไม่มีให้สามีเตรียมของสามีไป เอกสารเกี่ยวกับการทำประกันสุขภาพ Certificate ที่ได้จาก OFII Bangkok
5. TAXE PERCUE A L'OCCASION DE LA DELIVRANCE DU PREMIER TITRE DE SEJOUR แจ้งว่าจะต้องเสีย tax จำนวนเท่าไหร่ ของมาดาม 241 ยูโร ให้สามีไปซื้อ stamp จากไปรษณีย์ จะได้เอกสาร stamp มา ให้นำไปยื่นที่ OFII
สรุปรายการเอกสารที่ต้องนำไปยื่นให้ OFII
- หนังสือเดินทาง พร้อมติดสำเนาไปด้วย
- Stamp ที่ซื้อมาจากไปรษณีย์
- รูปถ่าย 1 ใบ
- Certificate จาก OFII Bangkok
- หลักฐานการเช่าบ้าน ชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ การเสียภาษีหากมีงานทำ ถ้าไม่มีให้สามีเตรียมไปและทำหนังสือชี้แจงติดไปด้วย
- เอกสารเกี่ยวกับการทำประกันสุขภาพ หากมี
ฉบับฝรั่งเศสก็มีถ้าสามารถอ่านเข้าใจหมด
จากนั้นก็ให้นั่งรอเรียกชื่อตามคิว เพื่อไปตรวจร่างกายเบื้องต้น วัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก วัดสายตา จากนั้น X-ray ปอด ซึ่งต้องถอดเสื้อออก ไม่มีเสื้อคลุมให้ เดิน topless แบบนั้นในห้องที่มีแค่เรากับเจ้าหน้าที่ จากนั้นกลับมารอที่ห้องเดิม จะมีเข้าหน้าที่เปิด VDO ให้ดู และถามว่าเราพูดฝรั่งเศสได้ไหม ไม่ได้จะมีหูฟังที่แปลเป็นอังกฤษให้ฟัง เกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิต ข้อมูลเบื้องต้นของประเทศ แยกเป็น chaptor ย่อย ๆ เช่น Liberté Egalité Fraternité เป็นต้น จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่อีกคนมาอธิบายเรื่องประกันสังคม ถ้ามีลูกน้อยมาด้วย จะสามารถเข้าไปปรึกษาได้เกี่ยวกับการได้รับสิทธิต่าง ๆ และการช่วยเหลือ และมีการแนะนำเรื่องทำใบขับขี่ มีหลายประเทศสามารถทำได้เลย ไม่ต้องสอบ ยกเว้น ไทย เพราะขับรถต่างจากเค้า
ไม่นานหมอจะมาตามให้ไปฟังผล X-ray และวัดความดัน สอบถามว่ามีโรคไหม แล้วก็เซ็นเอกสารให้ ซึ่งต้องเก็บไว้ต่อ Card de séjour ปีหน้า
กลับมารอเจ้าหน้าที่เรียกไปสัมภาษณ์ ให้นำสามีไปเป็นล่าม เพราะจะสอบถามหลายอย่าง เช่น มาถึงฝรั่งเศสเมื่อไหร่ พูดภาษาไรได้บ้าง เรียนจบอะไรมา ทำงานที่ไทยทำอะไร และให้เซ็นชื่อใน Contrat พร้อมนัดหมายสำหรับการอบรม 3 เรื่อง ของมาดาม OFII Strasbourg ไม่ให้เรียนภาษาฝรั่งเศสฟรี เนื่องจากมี Certifiacte สีฟ้ามาจาก Bangkok คือ ยังพูดไม่ได้เลย จะให้มานั่งฟังอบรมการหางาน การใช้ชีวิต สังคม culture อะไร จะไปฟังออกไหมเล่า!!!!
Contrat ที่ให้เซ็นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ OFII
นัดให้มาอบรมการใช้ชีวิตในฝรั่งเศส OFII หาล่ามมาให้ เป็นคนไทย
เสร็จพิธี ออกไปติดต่อรับหนังสือเดินทางคืนที่เคาน์เตอร์ พร้อมฟังเจ้าหน้าที่อธิบายว่าต้องมาต่อก่อนวันหมดอายุในวีซ่า 2 เดือนล่วงหน้า หน้าตา OFII Stamp
Tuesday, July 29, 2014
ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ฝรั่งเศส
สวัสดียามบ่ายจากเมืองเล็กๆ ใกล้ Strasbourg
มาดามออกเดินทางจากบ้านเกิดที่กรุงเทพวันศุกร์ที่ผ่านมา นั่งการบินไทยเที่ยว TG 920 BKK-Frankfurt แล้วนั่งรถต่อไปยังฝรั่งเศสประมาณสองชั่วโมง
หลังจากที่ยัดของทุกอย่างลงกระเป๋าเรียบร้อย กระเป๋าแทบแตก และนั่งภาวนาว่าอย่าเกินสามสิบโลนะ เพราะให้พี่ Agent - World Explorer ที่จองตั๋วทำเรื่องขอน้ำหนักกระเป๋าให้เป็นสามสิบโล พอสี่โมงครึ่งเลยก้าวออกจากบ้าน ลากกระเป๋าสองใบ พร้อมสะพายใบนึง ถืออีกใบ ยืนรอแท็กซี่ คนขับใจดีลงมายกกระเป๋าให้ ยกให้ทั้งที่บ้านและที่สนามบินเลยทิปไปเกือบแปดสิบบาท
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็ประมาณห้าโมง เลยเข็นรถไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์การบินไทย จริงๆต้องเช็คอินตอนหกโมง แต่เค้ายอมให้เช็คอินก่อน น้องที่เคาน์เตอร์ก็ขอดูพาสปอร์ต แล้วก็งง เพราะว่าในวีซ่าเขียนว่า FRANCE ไม่ได้เขียนว่า Schengen Visum แต่มาดามซื้อตั๋วลงแฟรงเฟิรต์ เยอรมัน เลยบอกไปว่าได้สอบถามกับสถานทูตแล้วว่าสามารถลงได้ แค่ต้องเข้าฝรั่งเศสภายในกำหนดเวลา สามวัน น้องเค้าก็หันไปถามเคาน์เตอร์ข้างๆ และก็วิ่งไปถามเจ้านายมั้ง สรุปก็ยอมให้ผ่านไป เฮ้อ มีลุ้นได้ตลอดเวลา
ชั่งน้ำหนักกระเป๋าใบโตได้ 30.2 โล สบายใจ ส่วนเป๋าลาก Shopping Bag และเป๋าถิอ ก็หิ้วขึ้นเครื่องไป จะหอบพะรุงพะรังยังไงก็ขี้นเครื่องได้ ถ้าหอบหิ้วไหว
นั่งไป 11 ชั่วโมงเศษ ประทับใจมาก Smooth as silk จริงๆ
เจอ Immigration ของ Frankfurt ก็ถามไม่มาก เพราะมาดาม sprechen deutsch ใส่ไปว่า Guten morgen ตม. ถามว่าพูดเยอรมันได้เหรอ เลยตอบไปว่านิดหน่อย ถามต่อว่าจะไปไหน บอกว่าจะไปเที่ยว Heidelberg เพราะมันสวยมาก (ยอหน่อย) แล้วจะไป Strasbourg เลย สรุป Immgration ถามไม่มาก ที่เคยวิตกจริตหายเกลี้ยง เสียอย่างเดียวต้องหยอดเหรียญ 2 Euros เพื่อใช้รถเข็นกระเป๋า มาดามไม่มีเหรียญเลยต้องใส่ธนบัตรไป แล้วเครื่องจะทอนเงินให้ แล้วสามารถเข็นรถออกมาได้ พอใช้เสร็จก็เข็นไปคืนจะมีเงินคืนจากตู้ให้
Frankfurt International Airport ใหญ่มาก เดินขาลากทีเดียว เพราะต้องเดินเอากระเป๋าไปเก็บที่รถ เอารถเข็นลงมาคืน พร้อมจ่ายเงินค่าจอดรถด้วย
มาดามไม่ได้เดินเล่นในปราสาท Heidelberg เพราะวนหาที่จอดรถหลายรอบ หาไม่ได้เลย เพราะรถลุงสูง ลงไปจอดไม่ได้ เลยอดเดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ แต่ก็ได้พักดื่ม Chocolade ทั้งๆที่ลุงสั่งว่า ICED Chocolade พนักงานฟังเป็น Heiss Chocolade มาดามเลยได้ช็อคโกแลตร้อนมาดื่มเลย เพลียกับพนักงาน นักท่องเที่ยวโต๊ะข้างๆ สั่ง Earl Grey Tea ได้ชาไรมาไม่รู้ ฮาดี
มาดามออกเดินทางจากบ้านเกิดที่กรุงเทพวันศุกร์ที่ผ่านมา นั่งการบินไทยเที่ยว TG 920 BKK-Frankfurt แล้วนั่งรถต่อไปยังฝรั่งเศสประมาณสองชั่วโมง
หลังจากที่ยัดของทุกอย่างลงกระเป๋าเรียบร้อย กระเป๋าแทบแตก และนั่งภาวนาว่าอย่าเกินสามสิบโลนะ เพราะให้พี่ Agent - World Explorer ที่จองตั๋วทำเรื่องขอน้ำหนักกระเป๋าให้เป็นสามสิบโล พอสี่โมงครึ่งเลยก้าวออกจากบ้าน ลากกระเป๋าสองใบ พร้อมสะพายใบนึง ถืออีกใบ ยืนรอแท็กซี่ คนขับใจดีลงมายกกระเป๋าให้ ยกให้ทั้งที่บ้านและที่สนามบินเลยทิปไปเกือบแปดสิบบาท
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็ประมาณห้าโมง เลยเข็นรถไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์การบินไทย จริงๆต้องเช็คอินตอนหกโมง แต่เค้ายอมให้เช็คอินก่อน น้องที่เคาน์เตอร์ก็ขอดูพาสปอร์ต แล้วก็งง เพราะว่าในวีซ่าเขียนว่า FRANCE ไม่ได้เขียนว่า Schengen Visum แต่มาดามซื้อตั๋วลงแฟรงเฟิรต์ เยอรมัน เลยบอกไปว่าได้สอบถามกับสถานทูตแล้วว่าสามารถลงได้ แค่ต้องเข้าฝรั่งเศสภายในกำหนดเวลา สามวัน น้องเค้าก็หันไปถามเคาน์เตอร์ข้างๆ และก็วิ่งไปถามเจ้านายมั้ง สรุปก็ยอมให้ผ่านไป เฮ้อ มีลุ้นได้ตลอดเวลา
ชั่งน้ำหนักกระเป๋าใบโตได้ 30.2 โล สบายใจ ส่วนเป๋าลาก Shopping Bag และเป๋าถิอ ก็หิ้วขึ้นเครื่องไป จะหอบพะรุงพะรังยังไงก็ขี้นเครื่องได้ ถ้าหอบหิ้วไหว
นั่งไป 11 ชั่วโมงเศษ ประทับใจมาก Smooth as silk จริงๆ
เจอ Immigration ของ Frankfurt ก็ถามไม่มาก เพราะมาดาม sprechen deutsch ใส่ไปว่า Guten morgen ตม. ถามว่าพูดเยอรมันได้เหรอ เลยตอบไปว่านิดหน่อย ถามต่อว่าจะไปไหน บอกว่าจะไปเที่ยว Heidelberg เพราะมันสวยมาก (ยอหน่อย) แล้วจะไป Strasbourg เลย สรุป Immgration ถามไม่มาก ที่เคยวิตกจริตหายเกลี้ยง เสียอย่างเดียวต้องหยอดเหรียญ 2 Euros เพื่อใช้รถเข็นกระเป๋า มาดามไม่มีเหรียญเลยต้องใส่ธนบัตรไป แล้วเครื่องจะทอนเงินให้ แล้วสามารถเข็นรถออกมาได้ พอใช้เสร็จก็เข็นไปคืนจะมีเงินคืนจากตู้ให้
Frankfurt International Airport ใหญ่มาก เดินขาลากทีเดียว เพราะต้องเดินเอากระเป๋าไปเก็บที่รถ เอารถเข็นลงมาคืน พร้อมจ่ายเงินค่าจอดรถด้วย
มาดามไม่ได้เดินเล่นในปราสาท Heidelberg เพราะวนหาที่จอดรถหลายรอบ หาไม่ได้เลย เพราะรถลุงสูง ลงไปจอดไม่ได้ เลยอดเดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ แต่ก็ได้พักดื่ม Chocolade ทั้งๆที่ลุงสั่งว่า ICED Chocolade พนักงานฟังเป็น Heiss Chocolade มาดามเลยได้ช็อคโกแลตร้อนมาดื่มเลย เพลียกับพนักงาน นักท่องเที่ยวโต๊ะข้างๆ สั่ง Earl Grey Tea ได้ชาไรมาไม่รู้ ฮาดี
| ลาวองเดอร์ |
Thursday, July 17, 2014
Les nombres ตัวเลขในภาษาฝรั่งเศส (ต่อ)
เราได้รู้จักตัวเลข 0-20 ในภาษาฝรั่งเศสกันแล้ว คราวนี้มาต่อกันเลยค่ะ
หลักในการจำ พอตัวเลขมากกว่า 10 ให้ตำ key word ของตัวเลขหลัก เช่น
20 คือ vingt
30 คือ trente
40 คือ quarante
50 คือ cinquante
60 คือ soixante
70 คือ soixant-dix (ให้เอา 60+10 = 70)
80 คือ quatre-vingts (4x20 = 80)
90 คือ quatre-vingt-dix (4x20+10 = 90)
หลักในการจำ พอตัวเลขมากกว่า 10 ให้ตำ key word ของตัวเลขหลัก เช่น
20 คือ vingt
30 คือ trente
40 คือ quarante
50 คือ cinquante
60 คือ soixante
70 คือ soixant-dix (ให้เอา 60+10 = 70)
80 คือ quatre-vingts (4x20 = 80)
90 คือ quatre-vingt-dix (4x20+10 = 90)
|
21
|
vingt et un
|
แวงเตอัง
|
|
22
|
vingt-deux
|
แวงเดอ
|
|
23
|
vingt-trois
|
แวงทรัว
|
|
24
|
vingt-quatre
|
แวงก๊าทเทรอะ
|
|
25
|
vingt-cinq
|
แวงแซ้ง
|
|
26
|
vingt-six
|
แวงซิส
|
|
27
|
vingt-sept
|
แวงเซ็บ
|
|
28
|
vingt-huit
|
แวงวิท
|
|
29
|
vingt-neuf
|
แวงเนิฟ
|
|
30
|
trente
|
ทร้อง
|
|
31
|
trente et un
|
ทร้องเตอัง
|
|
32
|
trente-deux
|
ทร้องเดอ
|
|
33
|
trente-trois
|
ทร้องทรัว
|
|
34
|
trente-quatre
|
ทร้องก๊าทเรอะ
|
|
35
|
trente-cinq
|
ทร้องแซง
|
|
36
|
trente-six
|
ทร้องซิส
|
|
37
|
trente-sept
|
ทร้องเซ็บ
|
|
38
|
trente-huit
|
ทร้องวิท
|
|
39
|
trente-neuf
|
ทร้องเนิฟ
|
|
40
|
quarante
|
กาคร้อง
|
|
50
|
cinquant
|
แซงก้อง
|
|
60
|
soixant
|
ซัวซ้อง
|
|
70
|
soixante-dix
|
ซัวซ้อง ดิส
|
|
71
|
soixante et onze
|
ซัวซ้องเตอัง
|
|
72
|
soixante-douze
|
ซัวซ้องดู้ซ
|
|
77
|
soisante-dix-sept
|
ซัวซ้องดิสเซ็บ
|
|
80
|
quatre-vingts
|
ก้าทเทรอะแวง
|
|
90
|
quatre-vingt-dix
|
ก้าทเทรอะแวงดิส
|
|
91
|
quatre-vingt-onze
|
ก้าทเทรอะแวงอ้งซ
|
|
99
|
quatre-vingt-dix-neuf
|
ก้าทเทรอะแวงดิสเนิฟ
|
|
100
|
cent
|
ซอง
|
|
101
|
cent un
|
ซอง อัง
|
|
200
|
deux cents
|
เดอ ซอง
|
|
300
|
trois cents
|
ทรัว ซอง
|
|
500
|
cinq cents
|
แซ้ง ซอง
|
|
1,000
|
mille
|
มิลเล่อ
|
|
10,000
|
dix mille
|
ดิส มิลเล่อ
|
|
100,000
|
cent mille
|
ซอง มิลเล่อ
|
|
1,000,000
|
un million
|
อัง มิลลิยง
|
|
1,000,000,000
|
un milliard
|
อัง มิลลิยารด
|
Subscribe to:
Posts (Atom)






















