Showing posts with label ฝรั่งเศส. Show all posts
Showing posts with label ฝรั่งเศส. Show all posts

Monday, April 18, 2016

หาแหล่งทานอาหารทะเลราคาไม่แพงในฝรั่งเศส

สวัสดีค่ะ
หลายคนที่อยู่ไทยคงไปเที่ยวสงกรานต์อย่างสนุกสนาน และอีกหลายคนที่อยู่ฝรั่งเศสก็เช่นกัน ตัวมาดามเองก็ได้ไปท่องเที่ยว en vacances มา แต่แบบตะลอนทัวร์ ประมาณทัวร์เหยียบนั่นแหละค่ะ ตามประสาคนอยู่บ้านนอก ห่างไกลจากทะเล เลยอยากไปทานอาหารทะเลสด ๆ ริมทะเล จึงเป็นแรงกระตุ้นให้เดินทางข้ามฝาก จากตะวันออกของฝรั่งเศส หรือ Grand Est ซึ่งเป็นชื่อแคว้นใหม่ของ Alsace-Champagne-Arden-Lorraine ไปยังแคว้น Bretagne, Normandie และจบที่ Picardie ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแคว้น Hauts de France (เดี๋ยวจะมาอัพเรื่อง Régions ใหม่ให้นะคะ) มาดามต้องนั่งรถตูดบานนานหลายชั่วโมง (12 ชั่วโมงได้ เพราะต้องเอาลูกสาวไปฝากบ้านแม่ย่า เลยยิ่งไกลกว่าเดิม)
มาดามแอบอิจฉาสาว ๆ ที่อยู่ใกล้ทะเลมากเลย ได้มีโอกาสทานอาหารทะเลสด ๆ อยากจะย้ายไปอยู่ที่ Bretagne มากเลยนะตอนนี้

ร้านอาหารทะเล ราคาไม่แพง ใน Bretagne มีมากมาย แต่ขอแนะนำจากร้านที่มาดามแวะชิมละกันค่ะ (ไม่ใช่คนพื้นที่ แต่กระแดะอยากแนะนำ 555) เพื่อเป็นไกด์ไลน์สำหรับคนที่มาท่องเที่ยวที่ Mont Saint Michel และเลยมาแถว Cancale ค่ะ

เริ่มกันที่ร้านแรกเลย ขับเลย Mont Saint Michel มาไม่ไกลมาก ประมาณ 30-40 นาที "Jardin du fruit de mer" ที่เมือง

ภาพบรรยากาศในร้าน Jardin du fruit de mer
ราคาอาหารไม่แพง มาดามสั่ง Plateau apéro marin ค่าเสียหายอยู่ที่ 18 ยูโร และสั่งเพิ่มเจ้ากุ้ง langoustines (ญาติ ๆ lobster แต่ตัวน้อยแบบกุ้ง) สั่งแบบ Plateau เล็กสุด เพราะมาทานตอนบ่ายสามแล้ว หากจัดเต็มคงไม่มีท้องเก็บไว้ทานดินเนอร์ 555


มาเยือนแคว้น Bretagne ก็ห้ามพลาดที่จะลองชิม bolée de cidre ซึ่งเสริฟมาในถ้วย เป็น cidre หรือ cider ในภาษาอังกฤษ ที่มีรสชาติหวาน
คำว่า bolée มาจากคำว่า bol ที่หมายถึง ถ้วยชาม นั่นเอง

Des huîtres creuses (หอยนางรมเปลือกไม่เรียบ) เป็นหอยนางรมมาจากฟาร์มที่เมือง Cancale สด อร่อย ราคาไม่แพง


ร้านนี้มีบริการส่งอาหารทะเลสด ๆ ไปถึงหน้าบ้านด้วย แต่คงสู้มานั่งทานสด ๆ ริมทะเลไม่ได้มั้ง อิอิ ถ้าใครสนใจลองเข้าไปสั่งได้ที่เว็บไซท์ของร้าน http://www.jardindufruitdemer.com/

ถ้ามาช่วงเที่ยงก็สามารถสั่งอาหารจานร้อนได้ หรือจะสั่ง Menu du jour รายการแนะนำประจำวันได้ค่ะ ซึ่งปกติ menu du jour จะราคาประหยัด


พอทานเสร็จก็ออกไปเดินย่อยริมหาดได้ หรือจะไปหาหอยก็ได้นะคะ ถ้าใครจะไปหาหอย อย่าลืมเตรียมบูทยาง และอุปกรณ์หาหอยไปด้วยนะคะ ช่วงนี้ลมแรง อากาศเย็น คงไม่สามารถเดินเท้าเปล่า หรือลากแตะเดินได้ (มาดามไม่ได้เตรียมอะไรไปเลย รองเท้าเลยเต็มไปด้วยโคลนทราย 555)

มาต่อกันที่ร้านที่ 2 จริง ๆ ก็ไม่ใช่ร้านอาหาร แต่เป็นแผงขายหอยนางรมสดจากฟาร์ม ที่ Cancale ไปช่วงเที่ยงจะหาที่จอดรถยากมาก เพราะคนแห่ไปทานอาหารทะเลและนั่ง terrasse กัน และเป็นที่จอดรถเสียตังค์ payant (ที่จอดรถที่ฝรั่งเศสเป็น payant เกือบหมดแล้ว หาที่จอดฟรีตามสถานที่ท่องเที่ยวไม่มีคร้า อันนี้ก็ไม่ต่างจากที่ไทย ถ้าไปวัดพระแก้วก็ไม่สามารถจอดรถหน้าวัดพระแก้วได้ ต้องไปหาที่จอดรถละแวกนั้นเอา)

มาดูหน้าตาแผงลอยขายหอยนางรมที่ Cancale กัน จะมีประมาณ 7-8 แผง แล้วแต่จะเลือกอุดหนุนคร้า เพราะแต่ละแผงก็นำหอยนางรมจากฟาร์มของตัวเองมาขาย




แวะซื้อแล้วก็กินได้เลย ที่นี่จะขาย 12 ตัว ราคาตามป้าย (อย่าริอาจไปต่อรองราคานะคะ อิอิ) ขนาดหอยนางรมใหญ่สุดเบอร์ 0 พูดง่าย ๆ เรียงลำดับจาก 0 ขึ้นไป ไอ้ที่เราทานกันตามร้านส่วนมากจะได้กินเบอร์ 4 หรือไม่ก็เบอร์ 6
มาดามเลือกที่จะอุดหนุนคุณป้าคร้า ซื้อหอยก็บอกเบอร์ไป คนขายก็จะบริการแกะให้ แล้วใส่ถาด ทานเสร็จก็เดินเอาถาดมาคืนคนขาย ถ้าจะซื้อกลับบ้านก็ได้ แต่ต้องแกะเองนะ  สรุปค่าเสียหาย หอยนางรมเบอร์ 0 จำนวน 12 ตัว ราคา 6 ยูโร บวกค่าแกะหอย 1 ยูโร ค่าเลม่อน 50 centimes = 7,50 €/ คน  มาดามขอแนะนำว่าให้เตรียมขนมปังฝรั่งเศส เนย เลม่อน น้ำจิ้มซีฟู้ด ทิชชู่ น้ำเปล่า มาด้วย จะอร่อยคุ้ม อิอิ
นอกจากหอยนางรมจากฟาร์ม ก็ยังมีหอยนางรมจากทะล ที่นี่เรียกว่า la savage จะขายเป็นตัวค่ะ ราคา 80 centimes

นั่งกินกันริมหาด ส่วนมากคนจะนั่งตามขั้นบันไดหิน ได้บรรยากาศอีกแบบ  โต๊ะนั่งก็มีแค่ตัวเดียวไปช้าก็อด ทานเสร็จก็โยนเปลือกหอยทิ้งที่ชายหาดได้เลย แล้วเก็บถาดพร้อมเปลือกเลม่อนไปให้คนขาย เขามีถุงขยะให้ทิ้งเปลือกเลม่อน

ร้านสุดท้าย ร้าน L'aviron ที่ Cancale เลือกร้านนี้เพราะราคาไม่แพง แค่ไม่ได้บรรยากาศ terrasse ใกล้หาดก็เท่านั้น เอาเข้าจริง ๆ ร้านใหญ่ ๆ ทีมี terrasse ก็ไม่ได้ติดหาด เพราะมีถนนคั่น กินไปก็ดมควันรถไปนิด (รถไม่ได้เยอะแบบบ้านเรา) วันที่ไปทานฝนตกด้วย ไม่สามารถนั่ง terrasse ได้ (ข้ออ้าง)
จัดไปให้หายอยาก Plateau de fruits mer สำหรับ 2 คน ค่าเสียหาย 53 ยูโร ที่อื่นก็ปาไป 90 กว่ายูโรคร้า แถมที่นี่ได้ทานทั้งปู tourteau และปูแมงมุม araignée de mer หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า spider crab เป็นญาติ ๆ กับปูอลาสก้า แต่ตัวเล็กกว่ามาก (ร้านอื่นต้องเลือกเอาระหว่าง tourteau กับ araignée de mer)
ปกติใน Plateau หรือ พลาโต้มาตรฐาน ก็จะมี กุ้ง crevettes กุ้ง langoustines  กุ้งสีเทาตัวเล็ก crevettes grises หอยนางรม huîtres หอย bulots (คล้ายหอยหวานบ้านเรา) หอย amandes de mer (เหมือนหอยตลับ) หอย bigorneaux (หอยตัวจิ๋ว เปลือกดำ รสชาติเหมือนหอยทาก จึงมาฉายาว่า l'escagot de mer ในภาษาอังกฤษเรียกว่า winkle สามารถหาเก็บได้ตามซอกหิน ตอนน้ำลด) ปู tourteau  ปูแมงมุม araignée de mer มายองเนส mayonnaise เลม่อน  citron และ น้ำส้มสายชูใส่หอมแดงซอย Vinaigrette échalote huître (อย่าลืมพกน้ำจิ้มซีฟู้ดไปด้วย มาดามพลาดไปแล้ว)

เป็นมื้อที่แน่น และจุกมาก แทบอ้วก เพราะมีปู 2 ตัว 
ถ้าใครชอบทาน Lobster หรือ Homard ในภาษาฝรั่งเศสก็สั่ง Plateau อันแพงสุดได้เลยคร้า ส่วนมาดามขอเที่ยวแบบสนุกและประหยัด เกรงใจสามี เพราะทานที่ร้านอาหารทุกมื้อเลย คิดเป็นเงินไทยก็นะ แพงจุง แต่นานครั้งไปเที่ยวที ก็ไม่เจ็บตัวมากคร้า

ตบท้ายด้วยของหวานขึ้นชื่อของ Bretagne นั่นคือ Far Breton เนื้อแน่น (แน่นแบบขนมเข่งบ้านเรา แน่นแป้ง) ใส่ลูกพรุน  และราดซอสคาราเมล caramel au beurre salé
ใครที่จะวางแพลนไปเที่ยว Mont Saint Michel ลองจัดทริปแบบมาดามได้ Le Mont Saint Michel-Cancale มาดามไม่แนะนำให้หาทานที่ร้านอาหารใน Mont Saint Michel เพราะเป็นร้านขายอาหารให้นักท่องเที่ยว ลองขับรถเลยออกมาหน่อย ราคาก็ไม่แพงด้วย

ไปก่อนคร้า ตอนนี้อยากทานอาหารแซ่บ ๆ









Friday, March 27, 2015

การขอ Carte de séjour

วันนี้มาดามเข้าเมืองไปทำธุระมาค่ะ ไปยื่นขอ Carte de séjour หรือบัตรพำนักอาศัย ณ Préfecture Bas-Rhin (เทียบเท่ากับ resident card / residence permitในภาษาอังกฤษ) เนื่องจากวีซ่าที่ขอมาจากกรุงเทพฯ จะหมดในเดือนมิถุนายน 2558 และ OFII Strasbourg เคยแจ้งไว้ว่าให้ไปขอล่วงหน้า 2 เดือน

Carte de séjour คืออะไร
คำว่า séjour หมายถึง stay หรือ อาศัย ดังนั้น carte de séjour คือ บัตรพำนักอาศัย ผู้ถือบัตรนี้คือชาวต่างชาติที่มาขออาศัยในประเทศฝรั่งเศส

การขอ Carte de séjour ครั้งแรก (temporaire 1 an)
สะใภ้ใหม่ฝรั่งเศสที่มาย้ายมาอยู่ฝรั่งเศส มีวีซ่าติดตามคู่สมรสระยะยาว (1 ปี) พร้อม OFII Stamp หรือ Vignette OFII และใบรับรองหรือ Attestation ต่างๆ ของ OFII ครบ ต้องไปติดต่อขอ Carte de séjour ณ Préfecture ที่บ้านสะใภ้ฯ ขึ้นตรง บางเขตอาจติดต่อขอได้ที่ Sous-Préfecture ได้  อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนและเอกสารอาจแตกต่างกันตาม Préfecture แต่ละแห่ง  ทั้งนี้ ควรยื่นขอล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือนก่อนวีซ่าหมดอายุ

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับขอ Carte de séjour ครั้งแรก (ตาม website ของ Ministère de l'intérieur http://67.accueil-etrangers.gouv.fr/demande-de-titre-de-sejour/vous-etes-ressortissant-e-non/vous-etes-arrive-e-en-france-avec/votre-vls-ts-arrive-a-expiration/vous-etes-marie-e-avec-un-e/article/liste-des-pieces-a-fournir )
  1. Justificatif de séjour régulier : visa de long séjour valant titre de séjour validé par la vignette OFII, en cours de validité. สำเนาหน้าวีซ่าและหน้า OFII Stamp อย่างละ 1 ฉบับ
  2. Indications relatives à l’état civil : passeport (pages relatives à l’état civil, aux dates de validité, aux cachets d’entrée) ; un extrait d’acte de naissance avec filiation ou une copie intégrale d’acte de naissance. หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 1 ฉบับ (ยังไม่หมดอายุ) และสูติบัตรฉบับแปลที่มีตราประทับรับรอง
  3.  Justificatif de domicile datant de moins de 3 mois : facture d’électricité (ou gaz, eau, téléphone fixe, accès à internet), ou bail de location de moins de 3 mois ou quittance de loyer (si locataire), ou taxe d’habitation ; en cas d’hébergement chez un particulier : attestation de l’hébergeant datée et signée, copie de sa carte d’identité ou de sa carte de séjour, et acte de propriété (ou relevé de taxe d’habitation ou copie du bail de location de l’hébergeant ou facture d’électricité, gaz, eau, téléphone fixe ou accès à internet de l’hébergeant). เอกสารยืนยันการพำนักที่ระบุชื่อ-นามสกุลของสะใภ้ฯ  เพื่อยืนยีนว่าสะใภ้อาศัยอยู่ที่เดียวกับสามี 3 ฉบับ  (ฉบับละแห่ง) เช่น  ใบแจ้งค่าโทรศัพท์มือถือ ใบนัด OFII ค่าน้ำ แกส ไฟ เป็นต้น)
  4. 3 photographies d’identité récentes รูปถ่ายสี ขนาด 1 1/2 นิ้ว จำนวน 3 รูป
  5. Justificatif d’acquittement de la taxe sur le titre de séjour et du droit de timbre au moment de la remise du titre.
  6. Déclaration sur l’honneur selon laquelle vous ne vivez pas en France en état de polygamie (ressortissant(e) d’un Etat autorisant la polygamie). สำหรับสะใภ้ฯ ไม่ต้องเตรียมหลักฐานใบรับรองความเป็นสามี-ภรรยาเดียว หรือ Attestation de non-polygamie เนื่องจากผู้ที่ต้องเตรียมเอกสารนี้ คือ ผู้ชายที่มาจากประเทศที่สามารถมีภรรยาได้หลายคน
  7. Justificatif de mariage : copie intégrale de l’acte de mariage correspondant à la situation au moment de la demande (en cas de mariage célébré à l’étranger, transcription du mariage sur les registres de l’état civil français). สมุดครอบครัว พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  8.  Nationalité française de votre conjoint : carte nationale d’identité en cours de validité ou certificat de nationalité. หนังสือเดินทางของสามี  พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  9. Communauté de vie : déclaration sur l’honneur conjointe du couple attestant de leur vie commune et tous documents permettant d’établir la communauté de vie (bail de location aux deux noms, quittance EDF, relevé d’identité bancaire, etc.), sauf si la vie commune a été rompue en raison de violences conjugales qui pourront être justifiées par tous moyens (dépôt de plainte, le cas échéant jugement de divorce pour faute, condamnation du conjoint pour violence, témoignages, attestations médicales...) ou en cas de décès du conjoint (acte de décès)  เอกสารยืนยันการพำนัก  3 ฉบับ (ของสามี) เช่น บิลต่าง ๆ
  10. Attestation de l’OFII de clôture ou de suivi du contrat d’accueil et d’intégration (CAI)  สัญญา Contrat d'accueil et intégration (สัญญาที่เซ็นกับ OFII) และ Attestation ต่างๆ ของ OFII พร้อมใบตรวจร่างกายของ OFII
สำหรับสะใภ้ฯ เขต 67 และ 68 (Bas-Rhin) สามารถดาวน์โหลด list เอกสาร และแบบฟอร์มที่ต้องกรอก ได้ที่ http://www.bas-rhin.gouv.fr/content/download/8290/54546/file/CONJOINT%20DE%20FRCS.pdf
สรุปรายการเอกสารที่ยื่นขอ Carte de séjour ครั้งแรกของ สะใภ้ฯ เขต 67 และ 68 (Bas-Rhin) มีดังนี้
  1. หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 1 ฉบับ (ยังไม่หมดอายุ)
  2. สำเนาหน้าวีซ่าและหน้า OFII Stamp อย่างละ 1 ฉบับ
  3. สูติบัตรฉบับแปลที่มีตราประทับรับรอง (เจ้าหน้าที่คืนเอกสารให้ และไม่ได้ใช้)
  4.  สมุดครอบครัว หรือ Acte de mariage พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  5. รูปถ่ายสี ขนาด 1 1/2 นิ้ว จำนวน 3 รูป
  6. เอกสาร ยืนยันการพำนัก  3 ฉบับ (จดหมายที่ระบุชื่อ-นามสกุล สะใภ้ และที่อยู่เดียวกับสามี เช่น ใบแจ้งค่าโทรศัพท์มือถือ ใบนัด OFII เป็นต้น)
  7. ใบ Attestation D'hebergement (ใบรับรองว่าสะใภ้พักอาศัยที่เดียวกับสามี)
  8. สัญญา Contrat d'accueil et intégration (สัญญาที่เซ็นกับ OFII) และ Attestation ต่างๆ ของ OFII พร้อมใบตรวจร่างกายของ OFII
  9. หนังสือเดินทางของสามี พร้อมสำเนา 1 ฉบับ (ยังไม่หมดอายุ)
  10. เอกสารยืนยันการพำนัก  3 ฉบับ (ของสามี) เช่น บิลต่าง ๆ
ขอแนะนำว่าให้เตรียมเอกสารไปให้ครบ จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอไปฟรีๆ และไม่ต้องมารอใหม่อีกรอบ

ขั้นตอนการยื่นขอ  Carte de séjour (Préfecture Bas-Rhin)
  • กดบัตรคิว เลือก Demande Visa
  • รอเรียกคิว 
  • ยื่นหนังสือเดินทางและเอกสารที่เคาน์เตอร์ หรือ Guichet เพื่อตรวจเช็คเอกสาร
  • รอเรียกคิวหมายเลขเดิม
  • ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ 
  • กรอกรายละเอียดลงในแบบฟอร์มที่เจ้าหน้าที่ยื่นให้ โดยกรอกนามสกุล-ชื่อ ของสะใภ้ และสามี และเซ็นชื่อทั้งสะใภ้และสามี Communauté de vie : déclaration sur l’honneur conjointe du couple attestant de leur vie commune et tous documents permettant d’établir la communauté de vie
  • Scan นิ้วมือ (ข้างขวา และ ซ้าย) โดยจะ scan นิ้วมือ 4 นิ้ว (ยกเว้นนิ้วโป้ง) ทีละข้าง ต้องกดลงไปแรงๆ จากนั้นจึง scan นิ้วโป้งทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน (การเก็บข้อมูลไบโอเมตริก (Biometric)
  • เซ็นชื่อ 2 ที่ บนเอกสารสำหรับระบบไบโอเมตริก (Biometric)
  • เจ้าหน้าที่จะถามความประสงค์ว่าต้องการชำระเงินค่าธรรมเนียมจำนวน 106 ยูโรเลยหรือไม่ หรือเลือกชำระในวันที่มารับ Carte de séjour 
  • เซ็นชื่อบนบัตร Récépissé de demande de carte de séjour และรับบัตร
ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่บางที่อาจจะเร็วกว่าก็ได้ค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้คนน้อย ขนาดวันนี้คนน้อยกว่าทุกวันนะค่ะ!

หน้าตา Récépissé de demande de carte de séjour

Récépissé de demande de carte de séjour คืออะไร
ใบ récépissé de demande de carte de séjour คือ ใบที่ออกให้เป็นหลักฐานเมื่อยื่นขอ carte de séjour และใช้แทน carte de séjour ในระหว่างที่รอ Carte de séjour นั่นเอง

ข้อมูลใน récépissé de demande de carte de séjour ประกอบด้วย วันหมดอายุ (3 เดือนนับจากวันที่วีซ่าหมดอายุ) และทำที่ไหน วันไหน ไว้ที่มุมขวา (Valable jusqu'au) รูปถ่ายของผู้ถือบัตรและหมายเลขบัตร ด้านซ้ายจะมีข้อมูล นามสกุล-ชื่อของสะใภ้เอง วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด สัญชาติ นามสกุล-ชื่อ บิดาและมารดาของสะใภ้ สถานภาพสมรส ที่อยู่ ลายเซ็นผู้ถือบัตร

แถมมีข้อความระบุว่าเป็นการขอ titre de séjour เนื่องจากวีซ่าระยะยาว 1 ปี ที่ได้มาจากกรุงเทพฯ จะหมดอายุลงเมื่อใด และใบ récépissé นี้จะต้องใช้คู่กับ visa de long séjour และอนุญาตให้ผู้ถือบัตรทำงานได้  ทั้งนี้ สะใภ้สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ แม้ว่าวีซ่าจะหมดอายุ แต่มีเงื่อนไขว่าการเดินทางนั้นจะต้องไม่เกินวันหมดอายุที่ระบุไว้ในบัตร  เช่น วีซ่าของมาดามจะหมดอายุในวันที่ 13 มิถุนายน 2558 วันที่หมดอายุของบัตร récépissé de demande de carte de séjour ของมาดาม ระบุไว้วันที่ 13 กันยายน 2558  มาดามสามารถเดินทางไปไทยและกลับเข้ามาฝรั่งเศสได้หลังวีซ่าหมด แต่ต้องก่อนวันที่ 13 กันยายน ค่ะ

มาดามขอแนะนำว่าให้สะใภ้รีบดำเนินการยื่นขอ carte de séjour ล่วงหน้า 2 เดือน ยื่นแล้วจะได้สบายใจ เพราะเราได้ปฏิบัติตามระเบียบแล้ว หลังจากนั้นก็แค่รอหนังสือแจ้งว่าจะได้รับ carte de séjour เมื่อไหร่ นั่งนอนรอแบบสบายใจ ชิลๆ ค่ะ

Monday, February 2, 2015

C'est la Chandeleur - le jour des crêpes

Bonjour à tous! สวัสดีทุกคนค่ะ
วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558  Aujourd'hui nous sommes le lundi 2 février 2015.
และวันนี้เป็นวัน Chandeleur  ค่ะ Et aujourd'hui c'est la Chandeleur. เป็นวันเครป หรือ le jour des crêpes คือ จะทำเครปทานกันในวันนี้ค่ะ เป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ หรือภาษาอังกฤษ เรียกว่า Candlemas หรือวันเสกเทียน เป็นวันที่คริสเตียนทั้งหลายฉลองและรำลึกถึงพระแม่มารีและพระเยซู และเป็นการฉลองความสว่าง เนื่องจากพระเยซูเปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งโลก

ในฝรั่งเศสเราจะเรียกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ว่า La Chandeleur, Fête de la Lumière (ไม่ใช่งาน Fête des Lumières ที่ Lyon เป็นงานแสงสีซึ่งมักจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม), Jour des crêpes

คำว่า "Chandeleur" มาจากภาษาละติน "candelorum festum" หรือเทศกาลแห่งเทียน






นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าถ้าทำเครป ถือเหรียญ 1 อันไว้ในมือที่ใช้ทอดเครป  และพลิกเครปแบบโยนเครปขึ้นกลางอากาศ (แบบที่เชฟทำกัน) และรับเครปแผ่นนั้นด้วยกระทะใบเดิมได้โดยไม่ตกหล่นลงพื้น ครอบครัวจะมีแต่ความสุข ความเจริญ ตลอดทั้งปีค่ะ



เครปที่นี่ก็มี 2 แบบ คือ แบบหวาน เรียกว่า les crêpes sucrées มักทานกับชอคโกแลต  Nutella ไอศครีมหรือผลไม้ตามชอบ และแบบเค็ม เรียกว่า les crêpes salées ทานใส่แฮม ชีส ไข่ ถ้าแบบบ้านเราก็ แฮม ไข่ หมูหยอง น้ำพริกเผา
ลุงทำแผ่นเครปให้มาดามไว้ มาดามก็จัดการตอกไข่ ใส่แฮม พริกไทย แมกกี้ ซอสพริก ขาดนำ้พริกเผา ไม่งั้นได้ฟินกว่านี้ อิอิ