Showing posts with label france. Show all posts
Showing posts with label france. Show all posts

Monday, April 18, 2016

หาแหล่งทานอาหารทะเลราคาไม่แพงในฝรั่งเศส

สวัสดีค่ะ
หลายคนที่อยู่ไทยคงไปเที่ยวสงกรานต์อย่างสนุกสนาน และอีกหลายคนที่อยู่ฝรั่งเศสก็เช่นกัน ตัวมาดามเองก็ได้ไปท่องเที่ยว en vacances มา แต่แบบตะลอนทัวร์ ประมาณทัวร์เหยียบนั่นแหละค่ะ ตามประสาคนอยู่บ้านนอก ห่างไกลจากทะเล เลยอยากไปทานอาหารทะเลสด ๆ ริมทะเล จึงเป็นแรงกระตุ้นให้เดินทางข้ามฝาก จากตะวันออกของฝรั่งเศส หรือ Grand Est ซึ่งเป็นชื่อแคว้นใหม่ของ Alsace-Champagne-Arden-Lorraine ไปยังแคว้น Bretagne, Normandie และจบที่ Picardie ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแคว้น Hauts de France (เดี๋ยวจะมาอัพเรื่อง Régions ใหม่ให้นะคะ) มาดามต้องนั่งรถตูดบานนานหลายชั่วโมง (12 ชั่วโมงได้ เพราะต้องเอาลูกสาวไปฝากบ้านแม่ย่า เลยยิ่งไกลกว่าเดิม)
มาดามแอบอิจฉาสาว ๆ ที่อยู่ใกล้ทะเลมากเลย ได้มีโอกาสทานอาหารทะเลสด ๆ อยากจะย้ายไปอยู่ที่ Bretagne มากเลยนะตอนนี้

ร้านอาหารทะเล ราคาไม่แพง ใน Bretagne มีมากมาย แต่ขอแนะนำจากร้านที่มาดามแวะชิมละกันค่ะ (ไม่ใช่คนพื้นที่ แต่กระแดะอยากแนะนำ 555) เพื่อเป็นไกด์ไลน์สำหรับคนที่มาท่องเที่ยวที่ Mont Saint Michel และเลยมาแถว Cancale ค่ะ

เริ่มกันที่ร้านแรกเลย ขับเลย Mont Saint Michel มาไม่ไกลมาก ประมาณ 30-40 นาที "Jardin du fruit de mer" ที่เมือง

ภาพบรรยากาศในร้าน Jardin du fruit de mer
ราคาอาหารไม่แพง มาดามสั่ง Plateau apéro marin ค่าเสียหายอยู่ที่ 18 ยูโร และสั่งเพิ่มเจ้ากุ้ง langoustines (ญาติ ๆ lobster แต่ตัวน้อยแบบกุ้ง) สั่งแบบ Plateau เล็กสุด เพราะมาทานตอนบ่ายสามแล้ว หากจัดเต็มคงไม่มีท้องเก็บไว้ทานดินเนอร์ 555


มาเยือนแคว้น Bretagne ก็ห้ามพลาดที่จะลองชิม bolée de cidre ซึ่งเสริฟมาในถ้วย เป็น cidre หรือ cider ในภาษาอังกฤษ ที่มีรสชาติหวาน
คำว่า bolée มาจากคำว่า bol ที่หมายถึง ถ้วยชาม นั่นเอง

Des huîtres creuses (หอยนางรมเปลือกไม่เรียบ) เป็นหอยนางรมมาจากฟาร์มที่เมือง Cancale สด อร่อย ราคาไม่แพง


ร้านนี้มีบริการส่งอาหารทะเลสด ๆ ไปถึงหน้าบ้านด้วย แต่คงสู้มานั่งทานสด ๆ ริมทะเลไม่ได้มั้ง อิอิ ถ้าใครสนใจลองเข้าไปสั่งได้ที่เว็บไซท์ของร้าน http://www.jardindufruitdemer.com/

ถ้ามาช่วงเที่ยงก็สามารถสั่งอาหารจานร้อนได้ หรือจะสั่ง Menu du jour รายการแนะนำประจำวันได้ค่ะ ซึ่งปกติ menu du jour จะราคาประหยัด


พอทานเสร็จก็ออกไปเดินย่อยริมหาดได้ หรือจะไปหาหอยก็ได้นะคะ ถ้าใครจะไปหาหอย อย่าลืมเตรียมบูทยาง และอุปกรณ์หาหอยไปด้วยนะคะ ช่วงนี้ลมแรง อากาศเย็น คงไม่สามารถเดินเท้าเปล่า หรือลากแตะเดินได้ (มาดามไม่ได้เตรียมอะไรไปเลย รองเท้าเลยเต็มไปด้วยโคลนทราย 555)

มาต่อกันที่ร้านที่ 2 จริง ๆ ก็ไม่ใช่ร้านอาหาร แต่เป็นแผงขายหอยนางรมสดจากฟาร์ม ที่ Cancale ไปช่วงเที่ยงจะหาที่จอดรถยากมาก เพราะคนแห่ไปทานอาหารทะเลและนั่ง terrasse กัน และเป็นที่จอดรถเสียตังค์ payant (ที่จอดรถที่ฝรั่งเศสเป็น payant เกือบหมดแล้ว หาที่จอดฟรีตามสถานที่ท่องเที่ยวไม่มีคร้า อันนี้ก็ไม่ต่างจากที่ไทย ถ้าไปวัดพระแก้วก็ไม่สามารถจอดรถหน้าวัดพระแก้วได้ ต้องไปหาที่จอดรถละแวกนั้นเอา)

มาดูหน้าตาแผงลอยขายหอยนางรมที่ Cancale กัน จะมีประมาณ 7-8 แผง แล้วแต่จะเลือกอุดหนุนคร้า เพราะแต่ละแผงก็นำหอยนางรมจากฟาร์มของตัวเองมาขาย




แวะซื้อแล้วก็กินได้เลย ที่นี่จะขาย 12 ตัว ราคาตามป้าย (อย่าริอาจไปต่อรองราคานะคะ อิอิ) ขนาดหอยนางรมใหญ่สุดเบอร์ 0 พูดง่าย ๆ เรียงลำดับจาก 0 ขึ้นไป ไอ้ที่เราทานกันตามร้านส่วนมากจะได้กินเบอร์ 4 หรือไม่ก็เบอร์ 6
มาดามเลือกที่จะอุดหนุนคุณป้าคร้า ซื้อหอยก็บอกเบอร์ไป คนขายก็จะบริการแกะให้ แล้วใส่ถาด ทานเสร็จก็เดินเอาถาดมาคืนคนขาย ถ้าจะซื้อกลับบ้านก็ได้ แต่ต้องแกะเองนะ  สรุปค่าเสียหาย หอยนางรมเบอร์ 0 จำนวน 12 ตัว ราคา 6 ยูโร บวกค่าแกะหอย 1 ยูโร ค่าเลม่อน 50 centimes = 7,50 €/ คน  มาดามขอแนะนำว่าให้เตรียมขนมปังฝรั่งเศส เนย เลม่อน น้ำจิ้มซีฟู้ด ทิชชู่ น้ำเปล่า มาด้วย จะอร่อยคุ้ม อิอิ
นอกจากหอยนางรมจากฟาร์ม ก็ยังมีหอยนางรมจากทะล ที่นี่เรียกว่า la savage จะขายเป็นตัวค่ะ ราคา 80 centimes

นั่งกินกันริมหาด ส่วนมากคนจะนั่งตามขั้นบันไดหิน ได้บรรยากาศอีกแบบ  โต๊ะนั่งก็มีแค่ตัวเดียวไปช้าก็อด ทานเสร็จก็โยนเปลือกหอยทิ้งที่ชายหาดได้เลย แล้วเก็บถาดพร้อมเปลือกเลม่อนไปให้คนขาย เขามีถุงขยะให้ทิ้งเปลือกเลม่อน

ร้านสุดท้าย ร้าน L'aviron ที่ Cancale เลือกร้านนี้เพราะราคาไม่แพง แค่ไม่ได้บรรยากาศ terrasse ใกล้หาดก็เท่านั้น เอาเข้าจริง ๆ ร้านใหญ่ ๆ ทีมี terrasse ก็ไม่ได้ติดหาด เพราะมีถนนคั่น กินไปก็ดมควันรถไปนิด (รถไม่ได้เยอะแบบบ้านเรา) วันที่ไปทานฝนตกด้วย ไม่สามารถนั่ง terrasse ได้ (ข้ออ้าง)
จัดไปให้หายอยาก Plateau de fruits mer สำหรับ 2 คน ค่าเสียหาย 53 ยูโร ที่อื่นก็ปาไป 90 กว่ายูโรคร้า แถมที่นี่ได้ทานทั้งปู tourteau และปูแมงมุม araignée de mer หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า spider crab เป็นญาติ ๆ กับปูอลาสก้า แต่ตัวเล็กกว่ามาก (ร้านอื่นต้องเลือกเอาระหว่าง tourteau กับ araignée de mer)
ปกติใน Plateau หรือ พลาโต้มาตรฐาน ก็จะมี กุ้ง crevettes กุ้ง langoustines  กุ้งสีเทาตัวเล็ก crevettes grises หอยนางรม huîtres หอย bulots (คล้ายหอยหวานบ้านเรา) หอย amandes de mer (เหมือนหอยตลับ) หอย bigorneaux (หอยตัวจิ๋ว เปลือกดำ รสชาติเหมือนหอยทาก จึงมาฉายาว่า l'escagot de mer ในภาษาอังกฤษเรียกว่า winkle สามารถหาเก็บได้ตามซอกหิน ตอนน้ำลด) ปู tourteau  ปูแมงมุม araignée de mer มายองเนส mayonnaise เลม่อน  citron และ น้ำส้มสายชูใส่หอมแดงซอย Vinaigrette échalote huître (อย่าลืมพกน้ำจิ้มซีฟู้ดไปด้วย มาดามพลาดไปแล้ว)

เป็นมื้อที่แน่น และจุกมาก แทบอ้วก เพราะมีปู 2 ตัว 
ถ้าใครชอบทาน Lobster หรือ Homard ในภาษาฝรั่งเศสก็สั่ง Plateau อันแพงสุดได้เลยคร้า ส่วนมาดามขอเที่ยวแบบสนุกและประหยัด เกรงใจสามี เพราะทานที่ร้านอาหารทุกมื้อเลย คิดเป็นเงินไทยก็นะ แพงจุง แต่นานครั้งไปเที่ยวที ก็ไม่เจ็บตัวมากคร้า

ตบท้ายด้วยของหวานขึ้นชื่อของ Bretagne นั่นคือ Far Breton เนื้อแน่น (แน่นแบบขนมเข่งบ้านเรา แน่นแป้ง) ใส่ลูกพรุน  และราดซอสคาราเมล caramel au beurre salé
ใครที่จะวางแพลนไปเที่ยว Mont Saint Michel ลองจัดทริปแบบมาดามได้ Le Mont Saint Michel-Cancale มาดามไม่แนะนำให้หาทานที่ร้านอาหารใน Mont Saint Michel เพราะเป็นร้านขายอาหารให้นักท่องเที่ยว ลองขับรถเลยออกมาหน่อย ราคาก็ไม่แพงด้วย

ไปก่อนคร้า ตอนนี้อยากทานอาหารแซ่บ ๆ









Monday, June 1, 2015

เทคนิคการใช้หนังสือเดินทางเล่มเก่าและเล่มใหม่

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2558 มาดามได้เดินทางกลับไปเที่ยวที่ไทยมาค่ะ เลยถือโอกาสไปทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่เลย เพราะหนังสือเดินทางที่ถืออยู่จะหมดอายุในปีหน้า และถ้าเดินทางไปต่างประเทศนั้น วันหมดอายุของหนังสือเดินทาง หรือ date of expiry ต้องมีอายุมากกว่า 6 เดือนค่ะ  และมาดามไม่อยากเดินทางเข้าไปทำที่กรุงปารีส เพราะมาดามอยู่ไกล ถ้าต้องไปทำเล่มใหม่ ต้องนั่ง TGV ไป และอาจต้องค้างคืน  ในเมื่อมาไทยแล้วก็ไปทำเล่มใหม่เลย ใช้เวลาไม่นานด้วย แถมเสียเงินแค่พันเดียว รอแค่ 2-3 วันได้

ปกติมาดามชอบไปทำหนังสือเดินทางที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ เพราะมีเคาร์เตอร์เยอะ รอคิวไม่นาน แต่ครั้งนี้ลองไปทำที่ Thanya Park ค่ะ เนื่องจากใกล้บ้านมากกว่า และที่แน่นอน มีที่จอดรถแยะ ถ้าขับไปแจ้งวัฒนะละก็ ไม่รู้จะต้องวนสักกี่รอบถึงจะหาที่จอดรถได้ (แถมมาดามนี่ขับรถเก่งมาก ถอยจอดนี่ปัญหาระดับชาติเลย 555) ที่ธัญญะปาร์คนี่ จะอยู่ที่โซน E ชั้น 2 ถ้าไปจอดรถที่โซน E ต้องวนหาที่จอดรถค่ะ เพราะมีแต่รถของผู้มาขอทำหนังสือเดินทาง ถ้าจอดที่โซนอื่นก็เลือกจอดได้สบาย

ในการขอทำหนังสือเดินทาง หรือ passport นั้น แค่นำบัตรประชาชนไปก็พอค่ะ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ก็ต้องนำใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลไปด้วย และถ้าเป็นการทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ เนื่องจากเล่มเก่าหมดอายุ หรือใกล้หมดอายุ ต้องนำเล่มเก่าไปด้วยนะค่ะ ยิ่งถ้าเป็นกรณีให้จัดส่งเล่มใหม่ไปทางไปรษณีย์ ต้องนำไปในวันที่ขอทำเล่มใหม่เลย เพราะเจ้าหน้าที่ต้องทำการยกเลิกเล่มเก่าค่ะ วันที่ไปทำ มาดามลืมเอาเล่มเก่าไปด้วย เจ้าหน้าที่เลยระบุในใบรับเล่มว่าต้องนำเล่มเก่ามาด้วยค่ะ

ปัจจุบัน เราสามารถเลือกว่าจะได้หนังสือเดินทางแบบเร่งด่วน หรือแบบธรรมดา แบบเร่งด่วน คือ สามารถรับเล่มในวันถัดไปได้ เสียค่าธรรมเนียม 2,000 บาท ถ้าด่วนมากที่สุด คือ รับในวันนั้นเลย เสียแพงหน่อย คือ 3,000 บาท ทั้งนี้ จะมีการกำหนดว่าในแต่ละวันสามารถยื่นขอทำแบบเร่งด่วนได้กี่ราย แนะนำว่าให้ไปแต่เช้าเลยค่ะ
แบบธรรมดาก็ 2 วันถัดไปมารับเล่ม เสีย 1,000 บาท แบบธรรมดาแต่ให้ส่งทางไปรษณีย์ จะมีค่าส่ง 40 บาท 

ในวันรับเล่มต้องนำเล่มเก่าติดไปด้วยค่ะ เพราะอะไรเหรอค่ะ เพราะเราไม่ใช่คนธรรมดา 555 คือ ถ้าในเล่มเก่ามีวีซ่าระยะยาวติดตามสามีอยู่และยังไม่หมดอายุ หรือ วีซ่าอื่นๆ เช่น USA (ต้องไปรับรองที่สถานทูต US อีกด้วย) UK Schengen ที่มีอายุ 10 ปี และยังไม่หมดอายุ ต้องไปยื่นขอรับรองวีซ่าให้สามารถใช้ต่อได้ในหนังสือเดินทางเล่มใหม่ค่ะ โดยสามารถยื่นเรื่องได้ที่กองนิติกรณ์ ณ ช่องที่เขียนว่ารับรอง ถ้าที่ธัญญะปาร์ค จะอยู่ด้านซ้ายมือค่ะ

ขั้นตอนการบันทึกรับรองวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุในเล่มเก่าให้สามารถใช้ต่อไปได้
  • หลังจากรับหนังสือเดินทางเล่มใหม่แล้ว ให้ไปติดต่อที่ช่องรับรอง ของกองนิติกรณ์ โดยแจ้งว่าจะมีวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุในหนังสือเดินทางเล่มเก่า
  • รับใบคำร้องขอนิติกรณ์มากรอก http://www.consular.go.th/main/contents/files/services-20120630-195421-995469.pdf  ใบคำร้องที่กองนิติกรณ์จะมีคำว่า P.P ประทับอยู่ค่ะ  คือ เป็นใบคำร้องสำหรับรับรองวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ
  • เตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอรับรองวีซ่า คือ หนังสือเดินทางเล่มใหม่ หนังสือเดินทางเล่มเก่าพร้อมสำเนา สำเนาหน้าวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ carte de séjour พร้อมสำเนาถ้ามี carte de séjour แล้ว
  • ชำระค่าธรรมเนียม 100 บาท
  • รอรับเล่มคืนประมาณ 1-2 ชั่วโมง และนำใบเสร็จไปยื่นตอนรับเล่มคืน
 หน้าตาของบันทึกรับรองวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ

เทคนิคการใช้หนังสือเดินทางทั้งเก่าและใหม่ คือ การรัดหนังยาง ทำให้เล่มเก่าและใหม่อยู่คู่กันเป็นปาท่องโก๋ ค่ะ เพื่อเราจะได้ไม่ต้องควานหาแต่ละเล่ม  เนื่องจากเราต้องแสดงวีซ่าที่อยู่ในเล่มเก่าให้ ต.ม. ทั้งไทยและเทศดูค่ะ พี่ไทยนะไม่มีปัญหา แต่ปัญหาเริ่มมาตอนที่เปลี่ยนเครื่อง transit สำหรับคนที่ไม่ได้บินตรง มาดามเจอที่ Doha เจ้าหน้าที่ของสายการบินตรวจนาน และถามนู่นนี่ และขอดู carte de séjour (จะมีได้ไง ยื่นขอไปล่วงหน้า 3 เดือนก่อนวีซ่าในเล่มจะหมด ยังไม่ได้ ได้มาแต่ Récépissé de demandé de carte de séjour และไม่ได้พกมาด้วย เพราะวีซ่ายังใช้ได้ถึงมิถุนายน) เพราะเธอไม่อ่านหน้าบันทึกในเล่มใหม่ค่ะ เราต้องพลิกไปที่หน้าวีซ่าเล่มเก่า และอธิบายว่ามันเป็น multiple entry  มาดามเดาว่าถ้ามี carte de séjour แล้วก็ยื่นให้ดูเลย คงไม่ต้องมาเสียเวลาอธิบายแบบนี้ค่ะ

ที่มาของการใช้หนังยางรัดหนังสือเดินทางเล่มเก่ากับเล่มใหม่ เพราะตอนที่มาดามยื่นขอวีซ่าไต้หวัน จะต้องนำเล่มเก่าที่เคยมีวีซ่า Schengen ไปแสดง เจ้าหน้าที่เค้านำหนังยางมารัดให้คู่กันแบบนี้ เลยจำมาใช้คร้า

เมื่อเดินทางถึงประเทศฝรั่งเศส ต.ม. ฝรั่งเศสจะพลิกหาวีซ่าค่ะ เราต้องบอกว่ามีหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ส่วนวีซ่าอยู่ในเล่มเก่า แล้วเค้าจะเปิดดู และประทับตราให้ในเล่มเก่า บนหน้าที่คู่กับวีซ่า จากที่สังเกตุ ไม่มีใครสนใจอ่านหน้าบันทึกรับรองในเล่มใหม่เลย ดังนั้น ต้องพกทั้งเล่มเก่าและเล่มใหม่ไปแบบนี้ตลอดเวลาค่ะ


Monday, March 9, 2015

การทำบัตรรถบัสฟรี

โพสนี้สำหรับสาวๆ สะใภ้ฝรั่งเศสที่ว่างงานและต้องการใช้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ว่างงาน คือ การทำบัตรรถบัสฟรี แน่นอนว่าเมื่อได้บัตรฟรี ก็ไม่ต้องจ่ายเงินค่ารถบัสไป-กลับ 4 ยูโรเลย แถมบัตรนี้มีอายุ 6 เดือน ถ้ายังอยู่ในสถานะว่างงานอยู่อีกก็ไปขอบัตรใบใหม่ได้ น่าสนไหมค่ะ

แล้วทำอย่างไรถึงจะได้บัตรขึ้นรถบัสฟรีล่ะ มีเงื่อนไขสำคัญเงื่อนไขเดียว คือ ต้องอยู่ในระบบของ Pôle Emploi เท่านั้น นั่นหมายถึง มีสถานะตกงานและอยู่ในระบบผู้ว่างงานของ Pôle Emploi จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์นี้ มาดูหน้าตาบัตรกันค่ะ

การขอบัตรรถบัสฟรีทำอย่างไร?
1. สามารถยื่นขอทำบัตรรถบัสฟรีออนไลน์ได้จากเว็บของบริษัทรถบัส
2. ยื่นขอที่อู่รถบัสโดยตรง

มาดามขอแขร์ประสบการณ์การทำบัตรรถบัสฟรีของเขต 67 Bas-Rhin กับบริษัท CTBR นะค่ะ (แต่ละเขตอาจจะมีขั้นตอนที่แตกต่างกัน เนื่องจากมีบริษัทรถบัสคนละบริษัทกัน แต่หลักการน่าจะคล้ายๆกันบ้างในเรื่องเอกสารประกอบการยื่นขอบัตรรถบัสฟรี) ถ้าสาวๆ คนไหนอยู่เขต 67 ก็ทำตามได้เลยค่ะ

ขั้นตอนการยื่นขอบัตรรถบัสฟรีแบบออนไลน์สำหรับสะใภ้ฝรั่งเศสที่ว่างงานและอยู่ในระบบของ Pôle Emploi
1. เข้าไปที่เว็บของบริษัทรถบัส (กรณีของมาดาม คือ บริษัท CTBR) และคลิกที่ Tarifs et Formules (Tarifs คือ ค่ารถบัส หรือในภาษาอังกฤษเทียบเท่ากับคำว่า Fare)
2. คลิกที่ Demande de création BADGEO (การขอทำบัตรรถบัสฟรี) ในหน้านี้จะให้กรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ สำหรับช่องที่มีวงกลมสีแดงพร้อมเครื่องหมายตกใจ (!) เป็นช่องที่ต้องกรอกข้อมูล ช่องไหนไม่มีเครื่องหมายนี้ ไม่ต้องกรอกข้อมูลก็ได้ค่ะ
ขั้นตอนแรก คือ การกรอกข้อมูลส่วนตัว
ขั้นตอนที่ 2 คือ เลือกสถานะ (ให้เลือกสถานะกำลังหางานและสมัครอยู่ในระบบของ Pôle Emploi แล้ว)
ขั้นตอนที่ 3 คือ การแนบไฟล์เอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น รูปถ่ายสี สำเนาหนังสือเดินทาง ประวัติย้อนหลังจาก Pôle Emploi
ตัวอย่างไฟล์ประวัติของ Pôle Emploi
หมายเหตุ  ไฟล์ประวัติของ Pôle Emploi สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บของ Pôle Emploi โดย log in เข้าไปในเพจของ Pôle Emploi และทำตามรูปเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ Attestation Loi de Finances
ขั้นตอนที่ 4 คือ เลือกรับบัตระหว่างรับที่ Terminal หรือ ให้ส่งมาทางไปรษณีย์ (มาดามไปรับที่อู่รถบัสเอง ไม่ต้องยื่นเอกสารอะไรเลย จนท. ก็ออกบัตรให้เลย)

ขั้นตอนที่ 5 เป็นการยืนยัน

ง่าย ๆ ไม่อยากที่จะลองกรอกรายละเอียดเพื่อขอทำบัตรรถบัสฟรีใช่ไหมค่ะ ลองทำดูนะค่ะ มาดามอยากให้สะใภ้ได้ใช้สิทธิให้คุ้มค่ะ ในเมื่อสามีเราเสียภาษีเยอะมาก อย่างน้อยเราก็ควรใช้สิทธิที่รัฐบาลมอบให้นะค่ะ ส่วนบัตร Tram ฟรี สามีบอกว่าค่อนข้างยุ่งยาก เลยไม่ทำค่ะ

Bonne journée à tous!