Saturday, November 8, 2014

ภาษาฝรั่งเศสวันละคำ: Petits pois mangetout

วันนี้ขอเสนอคำว่า "Petits pois mangetout" แต่ลุงบอกว่า "Haricots mangetout" หลายคนคงสงสัยว่ามันคืออะไร ลองมาเดาความหมายกันดูนะค่ะ แบบเดาเอาทีละคำ
petits หมายถึง เล็ก ๆ ส่วน pois คือ pea หรือ ถั่ว  haricots หมายถึง ถั่ว
mangetout เป็นคำประสม มาจาก verb manger ที่มีความหมายว่า รับประทาน กิน ส่วนคำว่า tout หมายถึงทั้งหมด รวมกันจึงหมายถึง ทานได้ทั้งหมด
แล้วถั่วอะไรทานได้ทั้งหมด ก็ ถั่วลันเตา ไงค่ะ ภาษาอังกฤษ เรียกว่า snow peas แต่ที่ deutschland จะเรียก zuckererben เพราะรสชาติถั่วลันเตาหวาน

การเรียนภาษาต่างประเทศ ไม่ว่าจะภาษาอังกฤษ เยอรมัน หรือว่าฝรั่งเศส เราต้องสะสมคำศัพท์ไว้ในหัวให้มาก และนำมาใช้แบบ mind map เพื่ออธิบายสิ่งต่าง ๆ  ซึ่งจะทำให้เราสามารถจดจำคำศัพท์ได้เป็นหมวดหมู่ เป็นกลุ่มเป็นก้อน ดังนั้น การวิเคราะห์ หรือ หาที่มาของรากศัพท์ จะช่วยให้เดาความหมายของคำนั้นได้

มาดามซื้อ petits pois mangetout มาในราคา 0.99 ยูโร ทานได้หนึ่งมื้อ เลยจับหั่นครึ่งท่อน นำไปผัดน้ำมันหอย ใส่พริกกระเทียม หวาน กรอบ อร่อย

สำหรับโพสนี้ มาดามพยายามนำศัพท์คำว่า "petits pois mangetout" มาเขียนเป็นเมนูอาหาร คือ ผัดถั่วลันเตา โดยเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศส มาดามใช้เวลาพอสมควรในการหาศัพท์ และถามลุง ซึ่งเป็นการฝึกเขียนและเรียนรู้ศัพท์ไปในตัวค่ะ ถือเป็นการต่อยอดความรู้ภาษาฝรั่งเศส จาก 1 คำ แตกเพิ่มได้อีกหลายคำเลยทีเดียว

Recette de petits pois mangetout au wok
Ingrédients pour deux personnes:
200 grammes de petits pois mangetout
une demi cuillère à café de sauce claire de soja
deux piments rouges
une gousse d'ail
une cuillère à soupe de sauce d'huître
une pincée de poivre
une cuillère à soupe d'huile de tournesol
une cuillère à soupe d'eau

Chauffer l'huile dans le wok. Ajouter les petits pois mangetout, l'ail et les piments hachés, la sauce d'huître et de soja claire. Faire sauter trois à cinq minutes puis ajouter l'eau et le poivre.
C'est facile. Bon appétit!

สูตรผัดถั่วลันเตา
ส่วนผสมและเครื่องปรุงสำหรับ 2 คน
ถั่วลันเตา 200 กรัม
ซอสถั่วเหลือง 1/2 ข้อนชา
พริกแดง 2 เม็ด
กระเทียม 1 กลีบใหญ่
น้ำมันหอย 1 ข้อนโต๊ะ
พริกไทย
น้ำมันพืช 1 ข้อนโต๊ะ
นำ้เปล่า  1 ข้อนโต๊ะ

ตั้งกระทะให้ร้อน และเทน้ำมันใส่ จากนั้นใส่ถั่วลันเตา กระเทียมและพริกสับ น้ำมันหอยและซอสถั่วเหลืองลงไป ผัดไปประมาณ 3-5 นาที จึงเติมน้ำเปล่าและเหยาะพริกไทย

เสร็จแล้ว ง่าย ๆ อร่อย ๆค่ะ





Friday, November 7, 2014

ประสบการณ์การเรียนภาษาฝรั่งเศสแบบตัวต่อตัวในประเทศฝรั่งเศส

Bon vendredi! สุขสันต์วันศุกร์คร้า
มาดามขอแชร์ประสบการณ์ในการเรียนภาษาฝรั่งเศสแบบตัวต่อตัวกับครูฝรั่งเศสในประเทศฝรั่งเศส คือ เป็นการเรียนแบบ Personal ค่ะ จะมีแค่ผู้เรียนและครูผู้สอนแค่ 2 คน ในห้องเรียน ครูผู้สอนจะทำหน้าที่เป็น Personal tutor และ Coaching ภาษาให้เราค่ะ เหมือนกับที่เราจ้างครูมาสอนที่บ้านประมาณนี้นะค่ะ แต่การจ้างครูมาสอนที่บ้านต้องจ่ายเป็นชั่วโมงค่ะ แล้วแต่ราคา บางคนจะคิด 8 ยูโร/ ชั่วโมง โดยมากจะเป็นนักศึกษาที่ต้องการหารายได้พิเศษนะค่ะ สามารถหาประกาศรับสอนทางอินเตอร์เนทได้ค่ะ โดยค้นหาจากเพจหางานนะค่ะ เรายังสามารถหาคอร์ส personal tutor กับสถาบันภาษาได้ แต่ขอบอกว่าราคาแพงมากค่ะ  เพราะปกติสถาบันภาษา เช่น Alliance française จะเปิดคอร์สภาษาเป็นแบบ Mass นั่นหมายถึง รับผู้เรียนจำนวนมาก อาจจะ 20 คนขึ้นไป ต่อหนึ่งห้อง เรียนเหมือนตอนที่เราเรียนหนังสือตอนเด็กนั่นละค่ะ แค่จำนวนนักเรียนน้อยกว่า แต่การสอนอาจไม่ทั่วถึงทุกคน คนไหนขยันตอบ ขยันถามก็จะได้เปรียบกว่าคนที่นั่งเงียบค่ะ และการเรียนกับ OFII ก็เป็นแบบ Mass นี่ละค่ะ แต่แย่กว่าเพราะจับทุกคนมาเรียนรวมกัน ไม่ว่าจะไทย อาหรับ แถมไม่มีการสอบวัดระดับ หรือ placement test ก่อน เพื่อคัดกรองผู้เรียนว่าเรียนอยู่ระดับไหน จึงอาจเกิดปัญหาเรียนไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ตามไม่ทัน ทั้งนี้ มาดามเองไม่เคยไปเรียนกับ OFII เนื่องจาก OFII ไม่ให้โอกาสเรียนฟรี เพราะคลาสเต็ม บลา ๆ สารพัดค่ะ

กลับมาที่การเรียนแบบ personal tutor ของมาดามกันดีกว่า ขอบอกว่าเรียนฟรีค่ะ เป็นการบริการสังคมที่ดีมากของ Association Trampoline Molsheim ทำไมเหรอค่ะ เหตุผลง่าย ๆ คือ ในปัจจุบัน คนฝรั่งเศสเอง ไม่ว่าจะเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ ไม่สามารถเขียนภาษาฝรั่งเศสได้อย่างถูกต้อง เขียนไม่ถูกต้องตามไวยากรณ์ องค์กร Trampoline จึงมีขึ้นเพื่อการนี้ค่ะ ส่วนผู้สอนจะเป็นผู้ที่เกษียณแล้วและต้องการทำประโยชน์คืนให้สังคมค่ะ แน่นอนครูผู้สอนคงไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นครูสอนภาษามาก่อน จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เรียนเองด้วย เพื่อจะได้สร้างบทเรียนที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนเองด้วย ถือว่าเป็นการเรียนการสอนที่มีประโยชน์มาก ไม่ใช่เรียนตามตำรา ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองแบบการเรียนในไทย ซึ่งไม่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้แบบ 100%

วันแรกของการเรียน จะเป็นการทำความรู้จัก หรือ Introduction แต่ไม่ใช่มานั่งเรียนว่าฉันชื่ออะไร สบายดีไหม แบบ Bonjour, comment vous vous appelez? ครูผู้สอนจะแนะนำตัวเองและถามชื่อเรา ถามประวัติการทำงาน ความชอบ เป็นต้น การเรียนการสอนจะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันมากกว่า ระหว่างภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และวัฒนธรรม สิ่งที่ได้จากการเรียนในวันแรกของมาดาม คือ
  • วัฒนธรรมการเรียกชื่อ ในฝรั่งเศสและชาวตะวันตก จะเรียกชื่อสกุลก่อน (Nom) เพื่อที่จะได้รู้ว่ามาจากครอบครัวไหน แต่ที่ไทยจะเรียกชื่อจริง (Prénom) เนื่องจากนามสกุลไทยเรามันยาว และถ้าเราสนิทกันก็จะไม่เรียกชื่อจริงที่เป็นทางการ แต่จะเรียกชื่อเล่นแทน
  • เวลา ฝรั่งเศสจะใช้แบบ 24 ชั่วโมงแบบไทย และใช้แบบอังกฤษ คือ  0-12 แต่ไม่มีคำว่า am. pm. จะใช้ช่วงเวลามาบ่งบอกว่าช่วงเช้า  du matin ช่วงบ่าย de l'après-midi ช่วงเย็น du soir และยังแบ่งการบอกนาทีเป็นแบบ quarter คือ แบ่งออกเป็น 15 นาที (et quart) 30 นาที (et demi) 45 นาที (moins le quart) และการบอกว่าอีกกี่นาทีจะถึง X โมง เช่น อีกสิบนาทีจะถึง 11 โมง - Il est onze heures moins dix. แบบหลังนี่ต้องนั่งคิดเลขเอาด้วย
  • มีศัพท์ฝรั่งเศสที่เหมือนและคล้ายกับภาษาอังกฤษมากมาย เนื่องจากภาษาอังกฤษได้ยืมคำจากต่างประเทศมาใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น old french หรือ  deutsch  ซึ่งบางคำเขียนต่างกันนิดหน่อย ทำให้สับสนได้ กรณีของมาดาม ครูผู้สอนถามว่าเคยทำงานอะไรมา เลยตอบว่า assistant manager , state-owned enterprise ในภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า entreprise อองเทรอะพรี แต่มาดามยังติดเขียนเป็นภาษาอังกฤษอยู่ เขียน enterprise มาทั้งหน้าเลย ลุงมาตรวจเจอเลยแก้ใหม่ ตัวแดงเต็มหน้า
    • SMEs ที่ฝรั่งเศส เรียกว่า PMEs ย่อมาจาก Petites et Moyennes Entreprises
    • Micro Business ธุรกิจขนาดจิ๋ว ที่ฝรั่งเศสจะเรียกว่า TPE หรือ Très petite entreprise
    • ธุรกิจ บริษัท ที่เราเรียกว่า enterprise ที่ฝรั่งเศสจะใช้คำว่า l'entreprise ซึ่งเป็นคำนามเพศหญิง สะกดคล้ายอังกฤษ แต่สลับตำแหน่งตัวอักษร คือ ฝรั่งเศส ใช้ re แต่อังกฤษใช้ er
ก่อนจบคลาสวันแรก ครูก็ให้หัวข้อไปเตรียมตัวเพื่อเรียนในคลาสหน้า คือ เชิญเพื่อนมาทานอาหารที่บ้าน เตรียมอาหาร ส่วนการบ้านครูจะส่งเมล์ให้ทำเป็นเรื่องการบอกเวลา

การเรียนภาษาต่างชาติ ต้องอาศัยความพยายามและความกระตือรือร้นที่จะเรียนและขวนขวายหาความรู้ใส่ตัวอยู่ตลอดเวลา การที่มีครูมาสอน เป็นการชี้แนะและตรวจแก้ข้อผิดพลาดของเราเท่านั้น  มาดามเอาความรู้ที่ได้รับจากครูมาทบทวน และค้นหาเพิ่มเติมจากอินเตอร์เนทอีกทาง คิดว่า self-study ก็เป็นตัวช่วยอีกทางค่ะ และครั้งหน้า มาดามจะพยายามพูดภาษาฝรั่งเศสให้มากขึ้น และจะพยายามไม่พูดภาษาอังกฤษ ไม่รู้จะทำได้ไหม

Bon weekend!

Thursday, November 6, 2014

การหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส

การขอวีซ่าติดตามสามีมาอยู่ฝรั่งเศสได้นั้น ต้องมีการสอบภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นกฎระเบียบบังคับที่ต้องกระทำกันตามที่กำหนดไว้โดยกระทรวงกลาโหม หรือ Ministère de l'intérieur françaisโดยมีหน่วยงานที่เรียกว่า OFII ชื่อเต็มของหน่วยงานนี้ คือ Office français de l'immigration et de l'intégration เป็นผู้ดูแล  ปัญหาที่พบคือสาวไทยส่วนใหญ่มักจะกลัวมากกับการสอบภาษานี้ เนื่องจากภาษาฝรั่งเศสไม่ได้เป็นภาษาที่สอง หรือ second language อย่างภาษาอังกฤษที่ได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนในประเทศไทย และถือว่าภาษาอังกฤษเป็น international language ในทางกลับกัน ภาษาฝรั่งเศสถือเป็นภาษาต่างชาติที่สามารถเลือกเรียนได้ในชั้นมัธยมปลาย หรือสายศิลป์ นั่นเอง ดังนั้น ผู้ที่มีพื้นฐานความรู้ภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น คือ ผู้ที่เลือกเรียนสายศิลป์ภาษา หรือ ผู้ที่สนใจเรียนภาษาฝรั่งเศสโดยสมัครเรียนตามสถาบันสอนภาษาฝรั่งเศส นั่นเอง สำหรับมาดามเองเข้าทั้งสองกรณี คือ มาดามจบสายศิลป์ฝรั่งเศส และได้ลงเรียน ทบทวนภาษากับ Alliance française

สำหรับคนที่ต้องการหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศสในกรุงเทพฯ สามารถเลือกที่เรียน ดังนี้
  1. Alliance française de Bangkok หรือ สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ซึ่งตั้งใกล้กับสถานทูตญี่ปุ่น ถนน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://afthailande.org/th/language-center/french/adults/extensive-package-2x15h-or-1x3hweek-30h10-weeks/ คอร์สวันเสาร์-อาทิตย์ ราคา 6,000 บาท
  2.  สถาบันภาษาตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งจัดอบรมให้แก่บุคคลภายนอก เป็นการให้บริการแก่สังคมอย่างหนึ่ง ราคาเฉลี่ย/คอร์ส ประมาณ 3,800 บาท รวมค่าหนังสือ
ขอแนะนำว่าให้เตรียมตัวเรียนภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้นมาจากไทยเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะจะได้สื่อสารง่าย ค่าเรียนก็ถูกกว่ามาก อีกอย่างเวลาเรียนภาษาฝรั่งเศสที่นี่ ครูไม่พูดไทยแน่นอน และครูก็ไม่พูดอังกฤษ ทำให้เราไม่เข้าใจในสิ่งที่ครูสอนเท่าไหร่นะค่ะ

สำหรับคนที่อยู่ฝรั่งเศสแล้ว สามารถติดต่อสอบถามเรื่องสถานที่เรียนได้จาก OFII และ Mairie ในเขตที่อยู่ได้ หรือ alliance française ให้คลิกไปดูที่ nos tarifs ซึ่งจะบอกราคาคอร์สให้ ถ้าเป็น super intensif 80 ชั่วโมง ราคา 740 ยูโร ราคานี้สามารถซื้อตั๋วไป-กลับ ปารีส กรุงเทพฯ แบบบินตรงได้เลย

กรณีของมาดาม ทาง Mairie แนะนำให้ไปติดต่อเรียนภาษาฝรั่งเศสกับ Association Trampoline ที่ Molsheim ซึ่งเป็น non profit organization ซึ่งให้การช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาเรื่องการเขียน อ่าน ภาษาฝรั่งเศส และคณิตศาสตร์

ทั้งนี้ ลุงได้ติดต่อนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ Trampoline  เพื่อพามาดามไปสัมภาษณ์สำหรับวัดระดับภาษาฝรั่งเศส  เจ้าหน้าที่จะสัมภาษณ์เป็นภาษาฝรั่งเศส ดังนี้
  • ให้เขียนชื่อ-นามสกุลของเรา คือ บอกให้เขียน Nom et prénom (สลับกับบ้านเราค่ะ ที่นี่จะเรียกนามสกุลก่อน) วัน เดือน ปีเกิด เบอร์โทรติดต่อ สัญชาติ
  •  เขียนว่าชอบทำอะไร เพื่อวัดทักษะการเขียนและความรู้ภาษาฝรั่งเศส มาดามไม่รู้จะเขียนอะไร คือ ภาษาฝรั่งเศสในตอนนี้ จำอะไรไม่ค่อยได้ เขียนได้แค่ present tense ง่าย ๆ เท่านั้น คำศัพท์ในหัวก็มีน้อยนิด เลยเขียนไปว่าเป็นคนไทย ชอบทาน escargots มาก และชอบนิตติ้ง
  • ให้อ่านเนื้อเรื่องสั้น ๆ ให้ฟัง เพื่อทดสอบทักษะการอ่าน 
  • ตอบคำถามจากเนื่อหาที่อ่าน เป็น choice ให้เลือก เพื่อทดสอบ comprehension การเข้าใจเนื้อหาที่อ่าน
  • Dictation คือ เขียนคำตามที่เจ้าหน้าที่บอก และเขียนเป็นประโยคด้วย เพื่อวัดว่ามีความรู้เรื่อง grammar ความสอดคล้องของประธาน กิริยา กรรม ไหม ปรากฎว่ามาดามไม่ได้เขียน adj ให้สัมพันธ์กับนาม
  • อธิบายภาพ คือ มีภาพมาให้เราพูดว่าในภาพมีอะไร ใครทำอะไร ในภาพที่ได้มานั้นเป็นภาพในร้าน fast food มีคนสูบบุหรี่ และเด็กน้อยทำหน้าไม่ชอบ มาดามนึกคำว่า "ไม่ชอบ" เป็นภาษาฝรั่งเศสไม่ได้ ในหัวนึกออกแต่เยอรมัน ส่วนอีกภาพมีถังขยะ เศษกระดาษ วัยรุ่น มาดามไม่รู้ศัพท์คำว่า "ถังขยะ" เลยพูดว่า trash can อิอิ นึกอะไรไม่ออกก็ speak english โล้ดดดด หลังจากทดสอบมาหลายวัน นั่งดูทีวี มาเลยคพว่า poubelle ถังขยะ ทีก่อนหน้านี้ไม่มีให้ได้ยินนะ 555
สุดท้ายเจ้าหน้าที่ Trampoline ก็สรุปให้ฟังว่ามาดามต้องเน้นเรียนเรื่องอะไรบ้าง และจะนัดครูสอนให้ไปสอนที่ mairie และยังย้ำว่าต้องพูดภาษาฝรั่งเศสในบ้านด้วย อย่าใช้แต่ภาษาอังกฤษ

หลังจากนั้น ประมาณเกือบสองอาทิตย์ ครูผู้สอนก็โทรติดต่อมาและนัดว่าจะเริ่มเรียนภาษาวันไหน และกี่โมง ครูสอนแบบตัวต่อตัวเลย แถมสอนฟรีอีกต่างหาก ถึงแม้ชั่วโมงเรียนจะน้อยหน่อย คือ ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีที่เรียนเลย ค่อยหาที่เรียนเพื่มอีกทีค่ะ

Vivre la France!


Monday, November 3, 2014

การอบรมครั้งแรกกับ OFII

หลังจากที่มาดามห่างหายไปสักพัก เพราะยุ่งกับการถักนิตติ่งนะค่ะ เร่งถักให้น้อง ๆ ที่ไทย กับถักเอาไว้ใช้เองสำหรับหน้าหนาวที่ฝรั่งเศส วันนี้มาดามขอมาแชร์ประสบการณ์การเข้าอบรมครั้งแรกกับ OFII ค่ะ สำหรับมาดามเป็นการอบรมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในฝรั่งเศสค่ะ ที่เรียกว่า "Session d'information sur la vie en France" ซึ่งตามหนังสือนัดหมายที่ได้จาก OFII ในวันที่ไปตรวจร่างกายและเซ็นสัญญากับ OFII นะค่ะ (มาดามได้หนังสือนัดมา 2 ฉบับค่ะ คือ การใช้ชีวิตในฝรั่งเศส กับการหาหางาน ส่วนอีกเรื่องรอ OFII ส่งหนังสือนัดหมายมาทางไปรษณีย์ค่ะ)

มาดูหน้าตาหนังสือนัดหมายของ OFII สำหรับเรื่องการใช้ชีวิตในฝรั่งเศสกันค่ะ

มาดามไปอบรมมาเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2557 ค่ะ ให้ลุงพาไป เพราะไม่สามารถไปเองได้ คือ ต้องนั่งรถบัสไปต่อ tram แล้วเดินต่อไปอีก หลงทางก็พูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ในหนังสือนัดหมายนี่จะระบุวันที่อบรม สถานที่ และเวลาที่เริ่มอบรม (แต่ไม่ระบุเวลาเลิก) พร้อมระบุว่ามีอาหารกลางวันให้ทานฟรีด่วยค่ะ OFII จะจัดหาล่ามไทยให้ค่ะ มาดามขอแนะนำว่าให้พยายามเกาะกลุ่มคนไทยไว้ เพราะในห้องอบรมจะแบ่งให้นั่งเป็นโซน คือ ฝรั่งเศส อาหรับ ไทย เผอิญว่ามาดามไม่ได้เรียนภาษากับ OFII จึงไม่มีเพื่อนคนไทย และที่นั่งเต็ม เลยลากเก้าอี้ไปนั่งข้างเสา ติดกับคนที่พูดฝรั่งเศสได้ ต้องใช้วิชาเงี่ยหูฟังล่ามไทย กับอ่านเอาจาก PowerPoint บน screen นะค่ะ เดา ๆ เอา รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง

ก่อนเริ่มอบรมเจ้าหน้าที่ Formation จะให้เซ็นชื่อค่ะ

เนื้อหาของการอบรม แบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ คือ 1. โรงเรียน การเข้าเรียน สิทธิ(เหมาะสำหรับผู้ที่มีบุตร) 2. การหาที่พัก หรือ lodgement สามารถติดต่อหน่วยงานไหนได้บ้าง สิทธิและสัญญาการเช่า (หัวข้อนี้ มาดามไม่เห็นด้วย เพราะการที่เราจะติดตามมาอยู่กับสามี หรือ ย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศส ก็ต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งอยู่แล้ว) การย้ายที่อยู่ต้องแจ้งหน่วยงานใดบ้าง 3. การรักษาพยาบาล (โดยส่วนตัว น่าจะให้เบอร์โทรฉุกเฉินด้วย จะได้รู้ว่าควรจะติดต่อใคร) สิทธิการคลอดบุตร ตัวอย่างบัตร Vitale Carte d'assurance maladie ว่าหมายเลขในบัตรบ่งบอกอะไรบ้าง เช่น เพศ ปีเกิด เขตที่อยู่ เป็นต้น 4. การหางาน ตัวอย่าง Payroll ลักษณะสัญญาจ้าง 3 ประเภท คือ ถาวรแบบไม่ระบุวันหมดสัญญา แบบระบุเงื่อนไขเวลา และแบบชั่วคราว และอื่น ๆ

ระหว่างการอบรม สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ Formation ได้ค่ะ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามล่ามได้ค่ะ

หลังจากอบรมเสร็จ จะมีใบประกาศสีเขียวอ่อนให้มา ต้องตรวจสอบชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิดว่าถูกต้องหรือไม่ และเก็บรักษาให้ดี อย่าทำหาย เพราะต้องนำไปขอยื่นต่อการ์ดกับ Prefecture ในปีถัดไปค่ะ
พอได้ certificate ครบทุกคน ถือว่าการอบรมเสร็จสิ้น เรามีสิทธิเลือกที่จะไปรับประทานอาหารกลางวันฟรีหรือไม่ไปก็ได้ค่ะ อาหารก็พื้นๆ ไม่ได้เลิศเลออะไร พอทานได้แต่ไม่แซ่บเท่านั้นเอง

สุดท้าย มาดามก็ได้ทำความรู้จักและพูดคุยกับเพื่อนชาวไทย นี่ละคนไทย อย่างน้อยก็ไม่ทิ้งกันค่ะ เพื่อน ๆ น้อง ๆ พี่ ๆ ที่อยู่ Alsace เขต 67 และ 68 น่ารักทุกคนเลย

Wednesday, September 24, 2014

Vegan Menu: Hot & Spicy Glass Noodles

C'est le festival végétarien quand 24 septembre au 2 octobre 2014! Plat du jour: Hot & Spicy Glass Noodles with Tofu and Vegan Fried Rice #chezmadameb #veganmenu #อาหารเจ

ถึงไม่ได้อยู่เมืองไทย ถึงอยู่ไกล มาดามก็จะทานเจให้ได้ค่ะ เมื่อวานชวนลุง ไป Paris Store เพื่อไปซื้อเต้าหู้ หรือ Tofu มาตุนไว้เพื่อทำอาหารเจทานกับลุงในเทศกาลกินเจ วันนี้เลยลองเล่นกับเจ้า Tofu หน่อย เพราะปกติใช้ทอดแล้วราดพริก กับทำผัดไท นำ Tofu มาหั่นเป็นชิ้นน้อยๆแลัวนำไปขยี้บนกะทะร้อน จน Tofu แห้ง ค่อยลวกวุ้นเส้นและปรุงรสตามชอบใจค่ะ แค่ไม่ใส่น้ำปลา ใช้ซิอิ้วขาวเจแทน ก็อร่อยแบบไม่เบียดเบียนชีวิตใครค่ะ ส่วนข้าวผัดผัก มีอะไรก็ใส่ไปค่ะ มาดามใส่แครอท พริกกระดิ่งเหลือง แดง คะน้า และข้าวสวยที่เหลือจากการหุงทานครั้งก่อน ผัดๆไป อร่อยดี

How to make the hot&spicy glass noodles with tofu? In Thai, we name this menu as "Laab Woonsen J". 
 


Glass Noodles or Nouilles Soja
Tofu
Ground chilli 1 tablespoons (in case that you cannot eat very hot & spicy food, please reduce the quantity of ground chilli to be 1 teaspoon otherwise your lips and tongue will become numb)
Soja sauce 2 tablespoons
lemon 2 tablespoons
rice powder 2 tablespoons

First cut the tofu into little cubes and smash them on a hot pan, this to make it looks like minced pork. Stir the tofu on the pan until it turns yellow. 
 
 
Second, soak some glass noodles in water while boil some water in a pot. Then put the glass noodles in the hot water and stir it. After that you should put all of the tofu and add ground chilli, lemon, soja sauce and rice powder and mix all together. Taste it, if you feel satisfy with the taste or not because you can put more sauce or lemon! Voilà an exotic vegan dish for the day!

การทำลาบวุ้นเส้นเจ
วุ้นเส้น
เต้าหู้
พริกป่น
ซิอิ้วขาว
น้ำมะนาว
ข้าวคั่ว

ให้หั่นเต้าหู้เป็นลูกเต๋าน้อย ๆ แล้วนำไปบี้ในกะทะจนมีลักษณะคล้ายหมูบด คนไปจนแห้งและกลายเป็นสีเหลือง จากนั้น ลวกวุ้นเส้น ไม่ต้องใส่น้ำเยอะมากเกิน กะเอาเพื่อให้ได้น้ำขลุกขลิกค่ะ จากนั้นเทเจ้าเต้าหู้ที่เราบี้ไว้แล้ว ใส่พริกป่น ข้าวคั่ว บีบมะนาว เติมซิอิ้วขาวเจ ตามชอบใจค่ะ คลุกใหเเข้ากัน ตักเสริฟ
 

Tuesday, September 23, 2014

Turkey Sour Sausage แหนมไก่งวง


How to make an exotic "Thai Sour Sausage"? 
 
 
It is very easy just the combanition of minced meat, garlic, salt, pepper and some rice. For me, I have discover the better way to use turkey for Thai cooking. Actually; turkey is not so delicious when comparing with chicken.

Turkey Sour Sausage #chezmadameb
minced turkey 400 g.
salt 1 tablespoon
pepper 1 teaspoon
garlic 2 gloves
Chilli
rice 2 tablespoon (this recipe I used glutanous thai rice)

Put the rice and garlic into the mortar and smash it well, in case that you do not have a mortar, you can use a mixer to mix all the ingredients. For myself, I prefer traditional well so I mix the rice with garlic and put them on the minced turkey and add the salt and pepper. Mixing it with my hands until all are well mixed and the turkey becomes sticky. Place 1 tablespoon of the mixed turkey on the plastic and put 1 chilli on it.  Then wrap it like a sausage. Just leave your sausage outside the refrige about 2 days at least and it will become sour. 
 
 
After 2-day marinated, boil the sausage when it is well cooked just take it out and soak it in the cold water. Dry the water out from the sausage and fry your sausage on the pan. 

 
 
Voilà Turkey Sour Sausage! C'est facile!


สูตรแหนมไก่งวง chez madame b
เนื้อไก่งวง 400 กรัม
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทย 1 ช้อนชา
กระเทียม 2 กลีบใหญ่
พริกแดง 5 เม็ด
ข้าวสุก 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้ามีข้าวเหนียวให้ใช้ข้าวเหนียว)

ตำข้าวเหนียวกับกระเทียมให้เข้ากัน ถ้ามีเครื่องบดผสมอาหารก็ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไปเลยที่เดียว แต่ถ้าไม่มีก็ใช้ครกตำเอาค่ะ มาดามก็ชอบใช้ครกตำ ขี้เกึยจล้างเครื่องบด จากนั้นก็เอาข้าวที่ตำไว้กับกระเทียมจนเนียน ผสมกับเนื้อไก่งวง เกลือ พริกไทย นวดให้เข้ากันประมาณ 10 นาที แล้วนำมาห่อ โดยใช้ช้อนตักมาวางไว้บน plastic wrap วางพริกแดงไว้ กดพริกลงไปบนเนื้อไก่ แลัวห่อปิดหัวปิดท้าย จากนั้นทิ้งแหนมไว้นอกตู้เย็นประมาณ 2 วัน แหนมจะเปรี้ยวพอดี จากนั้นนำไปต้ม พอสุกแล้วให้นำไปแช่น้ำเย็น และผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อนนำไปทอดในกะทะค่ะ ทำง่าย ไม่ยาก ประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยค่ะ
 

Friday, September 19, 2014

ขั้นตอนการขอ OFII Stamp

วันนี้มาดามจะมาแชร์เรื่องการขอ OFII Stamp สำหรับสะใภ้ฝรั่งเศส หลังจากที่ได้วีซ่าระยะยาวเพื่อติดตามสามีและย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ฝรั่งเศสจากสถานทูตฝรั่งเศสในประเทศไทยแล้ว หลังจากเดินทางเข้าประเทศฝรั่งเศสแล้ว ให้ถ่ายสำเนาหน้าที่มี Stamp ของ Immigration หรือตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องดำเนินการส่งให้ OFII ในเขตของคุณ ซึ่งดูได้จากลิสต์ตารางแนบท้ายเอกสาร VISA De Long Séjour - Demande d'attestation OFII ที่สถานทูตฯ ได้แม็กแนบไว้ในหนังสือเดินทาง

รายการเอกสารที่ต้องส่งให้ OFII เมื่อมาถึงฝรั่งเศสแล้ว (แนะนำให้รีบส่งทันที)
1. สำเนาหน้าที่มี Stamp ของ Immigration หรือตรวจคนเข้าเมือง

 2. เอกสาร VISA De Long Séjour - Demande d'attestation OFII โดยให้กรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ หมายเลขวีซ่า วันที่ออกวีซ่าและวันหมดอายุ และวันที่เดินทางมาถึงฝรั่งเศส


3. สำเนาหนังสือเดินทาง

จากนั้นให้สามีติดป้ายชื่อเราที่กล่องรับจดหมายด้วย เพื่อไปรษณีย์มาส่งได้ถูกต้อง เอกสารไม่หาย และก็ใช้ความอดทนรอหนังสือตอบกลับจาก OFII  ตอนรอก็กลัวว่าเอกสารหายหรือป่าว กังวลสารพัด ปรากฎว่ามาดามรอประมาณวีคกว่าถึงจะได้หนังสือตอบรับจาก OFII ว่าได้รับเอกสารเรียบร้อยแล้ว และต้องเก็บหนังสือฉบับนี้ไว้ เพื่อไปยื่นที่ OFII ด้วย

หน้าตาซองจดหมายของ OFII
 ATTESTATION DE RECEPTION DU FORMULAIRE DE "DEMANDE D'ATTESTATION OFII"  หรือ หนังสือตอบรับจาก OFII

 ต่อจากนี้ก็จะใช้เวลานานหน่อยกว่าจะได้รับหนังสือนัดหมายจาก OFII ระหว่างนี้อาจจะให้สามีโทรไปสอบถาม OFII เพื่อเป็นการกระตุ้น OFII ได้ มาดามรอประมาณเดือนกว่าถึงจะได้หนังสือจาก OFII Strasbourg แจ้งการนัดหมาย จำนวน 5 ฉบับด้วยกัน คือ
1. VISA DE LONG SEJOUR DISPENSANT DE LA DEMANDE DE PREMIER TITRE DE SEJOUR จะเป็นการแจ้งว่าเราจะใช้ชีวิตในฝรั่งเศส จึงต้องมีการดำเนินการตามลิสต์ที่ระบุในหนังสือนี้ คือ การตรวจร่างกาย เป็นการตรวจร่างกานโดยทั่วไป และ X-ray ปอด  สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ OFII ขั้นตอนการได้วีซ่าระยะยาว เป็นต้น
2. CONVOCATION A LA VISITE MEDICALE แจ้งวันนัดหมายและเวลา เพื่อทำการตรวจร่างกายและ X-Ray ปอด ถ้าเคยผ่านการตรวจร่างกายแล้วมีเอกสารใบรับรองจากแพทย์ ก็ให้นำติดตัวไปด้วย จะมีการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดสายตา วัดความดัน

3. CONVOCATION A LA VISITE D'ACCUEIL จะเป็นการแจ้งว่าจะมีการเซ็น Contrat หรือสัญญากับ OFII หากมีงานทำแล้ว หรือมีเอกสารในการทำงาน เสียภาษี  ให้เตรียมไปด้วย กรณีมาดาม ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง สามีต้องเขียนหนังสือชี้แจงและยืนยันว่ามาดามอาศัยอยู่กับสามี และก็เตรียมเอกสารของสามีติดไปด้วย
4. CONVOCATION POUR L'ATTESTATION PAR L'OFII DE L'ACCOMPLISSEMENT DES FORMALITES จะแจ้งรายการเอกสารที่ต้องเตรียมไปให้ OFII เพื่อดำเนินการออก OFII Stamp ให้ จะมีหนังสือเดินทาง รูปถ่าย 1 ใบ ใช้รูปที่ขอวีซ่าก็ได้ เอกสารเกี่ยวกับการเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ไม่มีให้สามีเตรียมของสามีไป เอกสารเกี่ยวกับการทำประกันสุขภาพ  Certificate ที่ได้จาก  OFII Bangkok

5. TAXE PERCUE A L'OCCASION DE LA DELIVRANCE DU PREMIER TITRE DE SEJOUR แจ้งว่าจะต้องเสีย tax จำนวนเท่าไหร่ ของมาดาม 241 ยูโร ให้สามีไปซื้อ stamp จากไปรษณีย์ จะได้เอกสาร stamp มา ให้นำไปยื่นที่ OFII

 สรุปรายการเอกสารที่ต้องนำไปยื่นให้ OFII
  1. หนังสือเดินทาง พร้อมติดสำเนาไปด้วย
  2. Stamp ที่ซื้อมาจากไปรษณีย์
  3. รูปถ่าย 1 ใบ
  4. Certificate จาก OFII Bangkok
  5. หลักฐานการเช่าบ้าน ชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ การเสียภาษีหากมีงานทำ ถ้าไม่มีให้สามีเตรียมไปและทำหนังสือชี้แจงติดไปด้วย
  6. เอกสารเกี่ยวกับการทำประกันสุขภาพ หากมี
มาดามแนะนำให้ไปก่อนเวลาหน่อย เพื่อไปยืนรอที่หน้าประตู OFII จะได้เป็นคิวแรก ๆ ไม่ต้องรอนาน  OFII นัด 8.30 น. กว่าจะเปิดประตูให้เข้าก็ late แล้วก็ไปต่อคิวที่หน้าเคาน์เตอร์ตรวจรับเอกสาร เจ้าหน้าที่จะให้สำเนา Contrat เป็นภาษาไทย ให้เราอ่านเพื่อทำความเข้าใจก่อนเซ็นชื่อในสัญญาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ OFII อีกที


ฉบับฝรั่งเศสก็มีถ้าสามารถอ่านเข้าใจหมด


จากนั้นก็ให้นั่งรอเรียกชื่อตามคิว เพื่อไปตรวจร่างกายเบื้องต้น วัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก วัดสายตา จากนั้น X-ray ปอด ซึ่งต้องถอดเสื้อออก ไม่มีเสื้อคลุมให้ เดิน topless แบบนั้นในห้องที่มีแค่เรากับเจ้าหน้าที่ จากนั้นกลับมารอที่ห้องเดิม จะมีเข้าหน้าที่เปิด  VDO ให้ดู และถามว่าเราพูดฝรั่งเศสได้ไหม ไม่ได้จะมีหูฟังที่แปลเป็นอังกฤษให้ฟัง เกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิต ข้อมูลเบื้องต้นของประเทศ แยกเป็น chaptor ย่อย ๆ เช่น Liberté  Egalité Fraternité เป็นต้น จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่อีกคนมาอธิบายเรื่องประกันสังคม ถ้ามีลูกน้อยมาด้วย จะสามารถเข้าไปปรึกษาได้เกี่ยวกับการได้รับสิทธิต่าง ๆ และการช่วยเหลือ และมีการแนะนำเรื่องทำใบขับขี่ มีหลายประเทศสามารถทำได้เลย ไม่ต้องสอบ ยกเว้น ไทย เพราะขับรถต่างจากเค้า

ไม่นานหมอจะมาตามให้ไปฟังผล X-ray และวัดความดัน สอบถามว่ามีโรคไหม แล้วก็เซ็นเอกสารให้ ซึ่งต้องเก็บไว้ต่อ Card de séjour ปีหน้า


กลับมารอเจ้าหน้าที่เรียกไปสัมภาษณ์ ให้นำสามีไปเป็นล่าม เพราะจะสอบถามหลายอย่าง เช่น มาถึงฝรั่งเศสเมื่อไหร่ พูดภาษาไรได้บ้าง เรียนจบอะไรมา ทำงานที่ไทยทำอะไร และให้เซ็นชื่อใน Contrat พร้อมนัดหมายสำหรับการอบรม  3 เรื่อง ของมาดาม OFII Strasbourg ไม่ให้เรียนภาษาฝรั่งเศสฟรี เนื่องจากมี Certifiacte สีฟ้ามาจาก Bangkok คือ ยังพูดไม่ได้เลย จะให้มานั่งฟังอบรมการหางาน การใช้ชีวิต สังคม culture อะไร จะไปฟังออกไหมเล่า!!!! 

 Contrat ที่ให้เซ็นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ OFII
 นัดให้มาอบรมการใช้ชีวิตในฝรั่งเศส OFII หาล่ามมาให้ เป็นคนไทย






 
เสร็จพิธี ออกไปติดต่อรับหนังสือเดินทางคืนที่เคาน์เตอร์ พร้อมฟังเจ้าหน้าที่อธิบายว่าต้องมาต่อก่อนวันหมดอายุในวีซ่า 2 เดือนล่วงหน้า หน้าตา OFII Stamp