Wednesday, April 15, 2015

Apprendre le français: les couleurs

มาดามทำตารางสีภาษาฝรั่งเศส หรือ  les couleurs มาแชร์ค่ะ สืบเนื่องจากมีคำถามสงสัยในห้องเรียนตอน dictée เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มาดูประโยคตัวปัญหาในวันนั้นกันค่ะ

 En automne, les feuilles deviennent jaunes, orange et marron. ในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ต่างๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้ม และสีน้ำตาล

ทำไม  jaunes เติม s แต่ orange และ marron ไม่เติม s ทั้งๆ ที่ เป็น adjectif ของคำว่า les feuilles ซึ่งเป็นพหูพจน์  มาดามเลยถามคุณครูไปว่าทำไมคำว่า marron ไม่ต้องเติม s หรือทำ accord ให้สัมพันธ์กับคำนามที่ขยาย ครูก็ตอบว่าถ้าสีมาจากชื่อผลไม้ ไม่ต้องทำ accord มันเป็น invariable คือ ไม่แปรผัน ไม่แปรรูป

กลับบ้านก็มาถามสามีต่อ ไม่ได้ความอะไรมาก เลยไปถามอากู๋ต่อ เลยได้ทำตารางสีสรุปให้ในไฟล์ สามารถโหลดไปอ่านได้เลยค่ะ

https://drive.google.com/file/d/0B_oD2Gt3XahWSU4tbmM2U2RlRDg/view?usp=sharing
สรุปง่ายๆ les adjectifs de couleur หรือ คำคุณศัพท์เรื่องสี มี 2 แบบ คือ
1)  variables คือ แปรผัน ต้องทำ accord ตามเพศ พจน์ ของคำนาม  เป็นชื่อสีพื้นฐาน ปกติทั่วไป เช่น
สีขาว blanc: ma voiture blanche, un chemisier blanc, les oies blanches

ข้อควรจำ  roux สีแดงส้ม ใช้กับผมคน (คนที่มี red hair) หรือ ขนสัตว์  เช่น Ed Sheeran a les cheveux roux.

2)  invariables คือ ไม่แปรผัน แบ่งเป็น
  • les noms communs ที่มาจากชื่อธาตุ แร่ หิน ดอกไม้ ผลไม้ อาหาร และอื่น เช่น argent, saphir, brique, indigo, marron, orange, citron,  noisette, marine  เช่น Elle a les yeux noisette.
          *ยกเว้น*  rose, châtain, fauve, mauve, taupe, pourpre, vermeil, écarlate ที่ต้องทำ accord
เช่น Elle a les cheveux châtains. หรือ Elle est châtaine.
  • les noms composés คำประสม เช่น  blue marine, café-au-lait, vert foncé เช่น des cheveux châtain clair (châtain ไม่เปลี่ยนเพราะมีคำว่า clair ตามหลัง และเป็นคำเรียกสีแบบคำประสม)

ลองเข้าไปดูคลิปเรื่องสี เผื่อเอาไปตอบครูในห้องเป็นภาษาฝรั่งเศสนะค่ะ



Wednesday, April 8, 2015

Apprendre le français: les voyelles, les consonnes, les ponctuations, les pronoms personnels sujet

 หลังจากห่างหายไปสักพัก วันนี้มาดามกลับมาแชร์ความรู้เบื้องต้นสำหรับการเรียนภาษาฝรั่งเศส จริงๆ มาดามตั้งใจรวบรวมเป็นไฟล์ใหญ่เลย แต่ต้องใช้เวลาในการทำมาก มาดามเลยตัดไฟล์มาลงให้ก่อนค่ะ

เรื่องแรกที่สะใภ้ฝรั่งเศส หรือ บุคคลทั่วไปที่ต้องเรียนสำหรับการเรียนภาษาฝรั่งเศส นั่นคือ  L'alphabet เพราะเป็นขั้นแรกในการเรียนภาษา แถมยังเป็นเรื่องการอ่านออกเสียงโดยตรงเลย มาดามพยายามรวบรวมและจัดกลุ่มเสียงสระและพยัญชนะไว้ในไฟล์ (les consonnes et les voyelles) ขอบอกว่าบางเสียงในภาษาฝรั่งเศสออกยาก และไม่มีในภาษาไทย จึงต้องอาศัยการฝึกฝนบ่อยๆ พูดหน้ากระจก และต้องอ้าปากกว้าง ๆ ขมิบปากพูดก็จะออกเสียงไม่ได้ค่ะ

ในการเขียนเบื้องต้น ก็ต้องทำความรู้จักเครื่องหมายวรรคตอน หรือ les ponctuations ซึ่งมีชื่อเรียกให้ต้องจำหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น le point (.), la virgule (,) le point d'interrogation (?) และอื่นๆ

แถมท้ายด้วยเรื่องสรรพนามที่ใช้เป็นประธานในประโยค หรือ les pronoms personnels sujet

ลองเข้าไป save file  เพื่อใช้เป็นแนวทาง ผิดบ้างถูกบ้าง อย่าว่ากันนะค่ะ เพราะมาดามเองก็มีความรู้แค่พื้นฐานเอง (แก้ไขปรับปรุงใหม่ เนื่องจากเพิ่งเรียนเสียง un, um, ain ไปเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ประกอบกับสามีและมีคนแนะนำเรื่องการออกเสียงแบบฝรั่งเศส)


https://drive.google.com/file/d/0B_oD2Gt3XahWWnphWEtFTldLbE0/view?usp=sharing

ครั้งหน้า มาดามจะลงเรื่อง temps ให้นะค่ะ แต่คงจะทยอยไปทีละ temps ค่ะ เพราะกฎเยอะ

เราจะก้าวไปด้วยกัน เรียนไปด้วยกัน

Friday, March 27, 2015

การขอ Carte de séjour

วันนี้มาดามเข้าเมืองไปทำธุระมาค่ะ ไปยื่นขอ Carte de séjour หรือบัตรพำนักอาศัย ณ Préfecture Bas-Rhin (เทียบเท่ากับ resident card / residence permitในภาษาอังกฤษ) เนื่องจากวีซ่าที่ขอมาจากกรุงเทพฯ จะหมดในเดือนมิถุนายน 2558 และ OFII Strasbourg เคยแจ้งไว้ว่าให้ไปขอล่วงหน้า 2 เดือน

Carte de séjour คืออะไร
คำว่า séjour หมายถึง stay หรือ อาศัย ดังนั้น carte de séjour คือ บัตรพำนักอาศัย ผู้ถือบัตรนี้คือชาวต่างชาติที่มาขออาศัยในประเทศฝรั่งเศส

การขอ Carte de séjour ครั้งแรก (temporaire 1 an)
สะใภ้ใหม่ฝรั่งเศสที่มาย้ายมาอยู่ฝรั่งเศส มีวีซ่าติดตามคู่สมรสระยะยาว (1 ปี) พร้อม OFII Stamp หรือ Vignette OFII และใบรับรองหรือ Attestation ต่างๆ ของ OFII ครบ ต้องไปติดต่อขอ Carte de séjour ณ Préfecture ที่บ้านสะใภ้ฯ ขึ้นตรง บางเขตอาจติดต่อขอได้ที่ Sous-Préfecture ได้  อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนและเอกสารอาจแตกต่างกันตาม Préfecture แต่ละแห่ง  ทั้งนี้ ควรยื่นขอล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือนก่อนวีซ่าหมดอายุ

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับขอ Carte de séjour ครั้งแรก (ตาม website ของ Ministère de l'intérieur http://67.accueil-etrangers.gouv.fr/demande-de-titre-de-sejour/vous-etes-ressortissant-e-non/vous-etes-arrive-e-en-france-avec/votre-vls-ts-arrive-a-expiration/vous-etes-marie-e-avec-un-e/article/liste-des-pieces-a-fournir )
  1. Justificatif de séjour régulier : visa de long séjour valant titre de séjour validé par la vignette OFII, en cours de validité. สำเนาหน้าวีซ่าและหน้า OFII Stamp อย่างละ 1 ฉบับ
  2. Indications relatives à l’état civil : passeport (pages relatives à l’état civil, aux dates de validité, aux cachets d’entrée) ; un extrait d’acte de naissance avec filiation ou une copie intégrale d’acte de naissance. หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 1 ฉบับ (ยังไม่หมดอายุ) และสูติบัตรฉบับแปลที่มีตราประทับรับรอง
  3.  Justificatif de domicile datant de moins de 3 mois : facture d’électricité (ou gaz, eau, téléphone fixe, accès à internet), ou bail de location de moins de 3 mois ou quittance de loyer (si locataire), ou taxe d’habitation ; en cas d’hébergement chez un particulier : attestation de l’hébergeant datée et signée, copie de sa carte d’identité ou de sa carte de séjour, et acte de propriété (ou relevé de taxe d’habitation ou copie du bail de location de l’hébergeant ou facture d’électricité, gaz, eau, téléphone fixe ou accès à internet de l’hébergeant). เอกสารยืนยันการพำนักที่ระบุชื่อ-นามสกุลของสะใภ้ฯ  เพื่อยืนยีนว่าสะใภ้อาศัยอยู่ที่เดียวกับสามี 3 ฉบับ  (ฉบับละแห่ง) เช่น  ใบแจ้งค่าโทรศัพท์มือถือ ใบนัด OFII ค่าน้ำ แกส ไฟ เป็นต้น)
  4. 3 photographies d’identité récentes รูปถ่ายสี ขนาด 1 1/2 นิ้ว จำนวน 3 รูป
  5. Justificatif d’acquittement de la taxe sur le titre de séjour et du droit de timbre au moment de la remise du titre.
  6. Déclaration sur l’honneur selon laquelle vous ne vivez pas en France en état de polygamie (ressortissant(e) d’un Etat autorisant la polygamie). สำหรับสะใภ้ฯ ไม่ต้องเตรียมหลักฐานใบรับรองความเป็นสามี-ภรรยาเดียว หรือ Attestation de non-polygamie เนื่องจากผู้ที่ต้องเตรียมเอกสารนี้ คือ ผู้ชายที่มาจากประเทศที่สามารถมีภรรยาได้หลายคน
  7. Justificatif de mariage : copie intégrale de l’acte de mariage correspondant à la situation au moment de la demande (en cas de mariage célébré à l’étranger, transcription du mariage sur les registres de l’état civil français). สมุดครอบครัว พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  8.  Nationalité française de votre conjoint : carte nationale d’identité en cours de validité ou certificat de nationalité. หนังสือเดินทางของสามี  พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  9. Communauté de vie : déclaration sur l’honneur conjointe du couple attestant de leur vie commune et tous documents permettant d’établir la communauté de vie (bail de location aux deux noms, quittance EDF, relevé d’identité bancaire, etc.), sauf si la vie commune a été rompue en raison de violences conjugales qui pourront être justifiées par tous moyens (dépôt de plainte, le cas échéant jugement de divorce pour faute, condamnation du conjoint pour violence, témoignages, attestations médicales...) ou en cas de décès du conjoint (acte de décès)  เอกสารยืนยันการพำนัก  3 ฉบับ (ของสามี) เช่น บิลต่าง ๆ
  10. Attestation de l’OFII de clôture ou de suivi du contrat d’accueil et d’intégration (CAI)  สัญญา Contrat d'accueil et intégration (สัญญาที่เซ็นกับ OFII) และ Attestation ต่างๆ ของ OFII พร้อมใบตรวจร่างกายของ OFII
สำหรับสะใภ้ฯ เขต 67 และ 68 (Bas-Rhin) สามารถดาวน์โหลด list เอกสาร และแบบฟอร์มที่ต้องกรอก ได้ที่ http://www.bas-rhin.gouv.fr/content/download/8290/54546/file/CONJOINT%20DE%20FRCS.pdf
สรุปรายการเอกสารที่ยื่นขอ Carte de séjour ครั้งแรกของ สะใภ้ฯ เขต 67 และ 68 (Bas-Rhin) มีดังนี้
  1. หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 1 ฉบับ (ยังไม่หมดอายุ)
  2. สำเนาหน้าวีซ่าและหน้า OFII Stamp อย่างละ 1 ฉบับ
  3. สูติบัตรฉบับแปลที่มีตราประทับรับรอง (เจ้าหน้าที่คืนเอกสารให้ และไม่ได้ใช้)
  4.  สมุดครอบครัว หรือ Acte de mariage พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  5. รูปถ่ายสี ขนาด 1 1/2 นิ้ว จำนวน 3 รูป
  6. เอกสาร ยืนยันการพำนัก  3 ฉบับ (จดหมายที่ระบุชื่อ-นามสกุล สะใภ้ และที่อยู่เดียวกับสามี เช่น ใบแจ้งค่าโทรศัพท์มือถือ ใบนัด OFII เป็นต้น)
  7. ใบ Attestation D'hebergement (ใบรับรองว่าสะใภ้พักอาศัยที่เดียวกับสามี)
  8. สัญญา Contrat d'accueil et intégration (สัญญาที่เซ็นกับ OFII) และ Attestation ต่างๆ ของ OFII พร้อมใบตรวจร่างกายของ OFII
  9. หนังสือเดินทางของสามี พร้อมสำเนา 1 ฉบับ (ยังไม่หมดอายุ)
  10. เอกสารยืนยันการพำนัก  3 ฉบับ (ของสามี) เช่น บิลต่าง ๆ
ขอแนะนำว่าให้เตรียมเอกสารไปให้ครบ จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอไปฟรีๆ และไม่ต้องมารอใหม่อีกรอบ

ขั้นตอนการยื่นขอ  Carte de séjour (Préfecture Bas-Rhin)
  • กดบัตรคิว เลือก Demande Visa
  • รอเรียกคิว 
  • ยื่นหนังสือเดินทางและเอกสารที่เคาน์เตอร์ หรือ Guichet เพื่อตรวจเช็คเอกสาร
  • รอเรียกคิวหมายเลขเดิม
  • ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ 
  • กรอกรายละเอียดลงในแบบฟอร์มที่เจ้าหน้าที่ยื่นให้ โดยกรอกนามสกุล-ชื่อ ของสะใภ้ และสามี และเซ็นชื่อทั้งสะใภ้และสามี Communauté de vie : déclaration sur l’honneur conjointe du couple attestant de leur vie commune et tous documents permettant d’établir la communauté de vie
  • Scan นิ้วมือ (ข้างขวา และ ซ้าย) โดยจะ scan นิ้วมือ 4 นิ้ว (ยกเว้นนิ้วโป้ง) ทีละข้าง ต้องกดลงไปแรงๆ จากนั้นจึง scan นิ้วโป้งทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน (การเก็บข้อมูลไบโอเมตริก (Biometric)
  • เซ็นชื่อ 2 ที่ บนเอกสารสำหรับระบบไบโอเมตริก (Biometric)
  • เจ้าหน้าที่จะถามความประสงค์ว่าต้องการชำระเงินค่าธรรมเนียมจำนวน 106 ยูโรเลยหรือไม่ หรือเลือกชำระในวันที่มารับ Carte de séjour 
  • เซ็นชื่อบนบัตร Récépissé de demande de carte de séjour และรับบัตร
ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่บางที่อาจจะเร็วกว่าก็ได้ค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้คนน้อย ขนาดวันนี้คนน้อยกว่าทุกวันนะค่ะ!

หน้าตา Récépissé de demande de carte de séjour

Récépissé de demande de carte de séjour คืออะไร
ใบ récépissé de demande de carte de séjour คือ ใบที่ออกให้เป็นหลักฐานเมื่อยื่นขอ carte de séjour และใช้แทน carte de séjour ในระหว่างที่รอ Carte de séjour นั่นเอง

ข้อมูลใน récépissé de demande de carte de séjour ประกอบด้วย วันหมดอายุ (3 เดือนนับจากวันที่วีซ่าหมดอายุ) และทำที่ไหน วันไหน ไว้ที่มุมขวา (Valable jusqu'au) รูปถ่ายของผู้ถือบัตรและหมายเลขบัตร ด้านซ้ายจะมีข้อมูล นามสกุล-ชื่อของสะใภ้เอง วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด สัญชาติ นามสกุล-ชื่อ บิดาและมารดาของสะใภ้ สถานภาพสมรส ที่อยู่ ลายเซ็นผู้ถือบัตร

แถมมีข้อความระบุว่าเป็นการขอ titre de séjour เนื่องจากวีซ่าระยะยาว 1 ปี ที่ได้มาจากกรุงเทพฯ จะหมดอายุลงเมื่อใด และใบ récépissé นี้จะต้องใช้คู่กับ visa de long séjour และอนุญาตให้ผู้ถือบัตรทำงานได้  ทั้งนี้ สะใภ้สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ แม้ว่าวีซ่าจะหมดอายุ แต่มีเงื่อนไขว่าการเดินทางนั้นจะต้องไม่เกินวันหมดอายุที่ระบุไว้ในบัตร  เช่น วีซ่าของมาดามจะหมดอายุในวันที่ 13 มิถุนายน 2558 วันที่หมดอายุของบัตร récépissé de demande de carte de séjour ของมาดาม ระบุไว้วันที่ 13 กันยายน 2558  มาดามสามารถเดินทางไปไทยและกลับเข้ามาฝรั่งเศสได้หลังวีซ่าหมด แต่ต้องก่อนวันที่ 13 กันยายน ค่ะ

มาดามขอแนะนำว่าให้สะใภ้รีบดำเนินการยื่นขอ carte de séjour ล่วงหน้า 2 เดือน ยื่นแล้วจะได้สบายใจ เพราะเราได้ปฏิบัติตามระเบียบแล้ว หลังจากนั้นก็แค่รอหนังสือแจ้งว่าจะได้รับ carte de séjour เมื่อไหร่ นั่งนอนรอแบบสบายใจ ชิลๆ ค่ะ

Thursday, March 19, 2015

เรื่องของ Baguette

วันนี้มาดามมี mind map เกี่ยวกับคำว่า Baguette มาฝากจร้า 

หลายคนคงรู้จัก la baguette หรือขนมปังฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เพราะเป็นทั้งสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของฝรั่งเศส แต่คำว่า Baguette ไม่ได้มีความหมายแค่ขนมปังฝรั่งเศสเท่านั้น มีอีกหลายความหมายเลยทีเดียว 

  
ตอนมาดามมาอยู่ที่ฝรั่งเศสใหม่ๆ มีวันนึงลองทำบะหมี่โฮมเมดทานเอง ลุงก็พูดว่ามี  baguettes นะ มาดามก็งงจะกินขนมปังฝรั่งเศสเพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนค่อยทานบะหมี่เหรอ แล้วไหนละ baguette แล้วลุงแกก้อมาพร้อมตะเกียบ 2 คู่ เอิ่มนี่คือ baguettes เหรอ 555

ผ่านไปสักระยะนึง มาดามนั่งดูทีวี เค้าฉาย Harry Potter หนังโปรดของมาดาม (ตอนนั้นยังมีนกเอี้ยงเกาะหลังอยู่ ไม่รู้ว่าเปลี่ยน son เป็น VO หรือเปลี่ยนเป็น original soundtrack  เป็นภาษาอังกฤษได้ ก็ต้องทนฟังฝรั่งเศสไปแบบไม่ค่อยเข้าใจทุกคำพูด เดาๆ เอา) ได้ยินคำว่า baguette ตอนเรื่องไม้กายสิทธิ์ Elder Wand นั่นละค่ะ ทีนี้ก็ฮาเลย เฮ้ยประเทศนี้ อะไรๆ ก็จะเรียก baguette ไปหมดเหรอ ช่างไม่เหมือนภาษาอังกฤษเลย

ท้ายนี้ มาดามขอบอกว่า อะไรที่มีลักษณะเป็นแท่งตรงยาว คนฝรั่งเศสจะเรียกว่า baguette หมด เทียบเท่ากับคำว่า stick ในภาษาอังกฤษค่ะ 

แถมยังมีสำนวนที่ใช้คำว่า baguette ด้วย แต่จะเป็นในลักษณะของความเข้มงวด การอยู่ในโอวาท เชื่อฟังค่ะ พอดีวันนี้มาดามสนทนา discuss กับคุณครูว่าคำในภาษาฝรั่งเศส 1 คำ มักจะมีหลายความหมาย เช่น  baguette เป็นต้นค่ะ คุณครูเลยยกตัวอย่างสำนวน V.  être élévé à la baguette มาให้ฟัง ทำให้มาดามสามารถนำมาใส่ใน mind map เรื่อง baguette ของมาดามได้ค่ะ


Wednesday, March 18, 2015

เรื่องของชื่อ

วันนี้มาดามขอใช้ความรู้เท่าหางหมูของมาดามในการอธิบายเกี่ยวกับชื่อค่ะ เนื่องจากมีหลายคน (รวมถึงตัวมาดามเองด้วย) มีความสับสนเกี่ยวกับคำว่า Nom และ Prénom มาดูเทคนิคการจำของมาดามค่ะ

-Prénom ชื่อจริง หรือ first name ในภาษาอังกฤษ
คำว่า Prénom  คือ pré + nom
ให้จำว่า Pré มาก่อน หรือ แรก ชื่อแรก คือ ชื่อจริงนั่นเอง
pré ที่เป็น préfixe หรือ pre (prefix) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ก่อน หรือ avant 

-Nom นามสกุล หรือ last name, surname ในภาษาอังกฤษ
โดยปกติชาวต่างชาติมักเรียกชื่อสกุลกันค่ะ เพื่อจะได้รู้ว่ามาจากที่ไหน ครอบครัวไหนค่ะ แต่คนไทยเราเรียกชื่อจริงมากกว่า เดาว่านามสกุลมันยาวเลยไม่นิยม 

-Nom de famille นามสกุล กรณีที่แต่งงานก็เป็นนามสกุลของสามีเรานะค่ะ หรือบางครั้งจะเจอคำว่า Nom d'épouse อันนี้ชัดเจนค่ะว่าเป็นนามสกุลของสามีเรา
-Nom de jeune fille นามสกุลก่อนแต่ง นามสกุลดั้งเดิมของเรานั่นเอง บางครั้งก็เจอคำว่า nom de naissance คือ นามสกุลตอนเราเกิดนี่ละค่ะ

ชื่อเล่น หรือ nickname   เนื่องจากชื่อจริงของคนไทยนี่ยาว เรียกยาก และมีค่านิยมในการตั้งชื่อเล่นเพื่อใช้เรียกในครอบครัว เพื่อนฝูง ที่ทำงาน คนสนิท ส่วนฝรั่งนี่ไม่มี ในทางกลับกันเขามีชื่อกลางกัน หรือ middle name ในภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า le deuxième prénom

-Surnom ชื่อเล่น บางครั้งก็ใช้คำว่า petit nom แต่ใน sense เดียวกับ nickname น่าจะใช้คำว่า surnom มากกว่าค่ะ ส่วน petit nom จะใช้เรียกชื่อแบบน่ารักๆ เหมือนฉายา ชื่อแทนตัวเอง/คนรัก/เพื่อน

ชื่อเล่นที่เรียกแทนคนรักในภาษาฝรั่งเศส Les petits noms d'amour
-mon chouchou, doudou, loulou
-mon amour
-mon bébé
-ma fée นางฟ้าของฉัน, ma belle
-mon ange

หวังว่าสาวๆ คงจะหายสับสันกับการใช้คำว่า Nom และ Prénom กันแล้วนะค่ะ เวลากรอกเอกสารเองจะได้ไม่เขียนผิดช่องด้วย

อีกนิดนึงเวลาเขียนชื่อที่ฝรั่งเศส จะต้องเขียน NOM ก่อนค่ะ เนื่องจากเอกสารราชการมักต้องการทราบที่มาที่ไป มาจากครอบครัว ตระกูลไหน เช่น
นางแตงไทย ขนมหวาน แต่งงานกับนายปิแอร์ ครัวซอง
เวลาเขียนชื่อ ให้เขียน Mme. CROISSANT  Taengthai (กรณีเปลี่ยนนามสกุลตามสามีเรียบร้อยแล้ว)
Mme. CROISSANT-KHANOMWAN Taengthai (กรณีที่ไม่ได้เปลี่ยนนามสกุลตามสามี ให้เขียนนามสกุลสามีก่อนแล้วขีดกลาง ตามด้วยนามสกุลเรา)
M. CROISSANT Pierre

ในทางกลับกัน ในฝรั่งเศสเวลาที่มีคนถามชื่อเรา หรือตอนเราแนะนำตัว ก็ให้บอกชื่อจริง ตามด้วยนามสกุลค่ะ En français, le prénom est en général donné avant le nom de famille.
เช่น
-Quel est votre nom?/ Quel est ton nom?
- Comment vous appelez vous? / Comment t'appelles tu?
-Je m'appelle Taengthai Croissant. หรือ
-Mon nom est Taengthai Croissant.

ท้ายสุดมาดามขอฝาก mind map หรือ une carte heuristique สำหรับการการแนะนำตัวให้สาวๆ นำไปใช้นะค่ะ





แว่นสายตาจากสิทธิ Carte Vitale และ Mutuelle

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วมาดามไปรับแว่นสายตามาค่ะ ใช้สิทธิของ Carte Vitale และ Mutuelle ไม่เสียเงินสักบาท 555 จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ฟรีหรอกค่ะ เพราะสามีเป็นคนจ่ายเงินค่าประกันสุขภาพกับบริษัท Mutuelle
หากมีค่าส่วนต่างก็ต้องชำระให้ร้านแว่นตาไปค่ะ ในกรณีของมาดามมีส่วนต่าง 13€ แต่ได้รับส่วนลดเพราะสามีก็ใช้สิทธิซื้อแง่นสายตาที่นี่เช่นกันค่ะ แถมได้โปรโมชั่น ซื้อ1 ฟรี 1 เลยได้แว่นกันแดดฟรี

ประกันสังคม หรือ Carte Vitale จะออกค่าแว่นสายตาให้ประมาณ 9€ ค่ะ (tiers-patant ss (securité sociale) ที่เหลือตัดเข้า Mutuelle ประมาณ 290 กว่ายูโร (tiers-payant mut.)  ถ้าเทียบกับบ้านเรา เวลาไปหาหมอใช้บัตรประกันสังคมและประกันสุขภาพที่เราทำเองหรือนายจ้างทำให้ กับ AIA หรือ Bupa โรงพยาบาลก็จะตัดส่วนของประกันสังคมก่อน ที่เหลือตัดของประกันฯ หากมีส่วนเกินอีกก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายไปค่ะ

ถ้าสาวๆ คนไหนสายตาสั้นก็แนะนำไปใช้สิทธิตัดแว่นสายตาเลยค่ะ ก่อนไปร้านแว่นต้องไปพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจวัดสายตาและมีใบ prescription เพื่อยื่นเป็นหลักฐาน พร้อมยื่น Carte Vitale กับ Tiers-payant ของ Mutuelle ค่ะ สำหรับข้อมูลการพบจักษุแพทย์สามารถอ่านได้ที่ http://chezbeameiz.blogspot.fr/2015/02/blog-post.html

**ขอย้ำว่าสิทธิใน mutuelle ของแต่ละบริษัท และกรมธรรม์อาจแตกต่างกันค่ะ ยังไงก็ตามร้านขายแว่นสามารถเช็คได่ค่ะ และคิดราคา บอกส่วนต่างให้ก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ (เผื่อสาวคนไหนอยากถอย dior ก็ลองดูค่ะ แต่ราคาค่อนข้างแพง คงต้องออกส่วนต่างเยอะเหมือนกัน)

การซื้อแว่นใช้เวลาหน่อยค่ะ กว่าจะเลือกแว่นที่เข้ากับหน้าเรา และดั้งที่ไม่โด่งเท่าฝรั่ง ขั้นตอนนี้มาดามเดินเข้าออกร้านแว่นตาหลายรอบ เกือบเดือนกว่าจะตัดสินใจได้ และกว่าร้านจะสั่งของมาให้ ประมาณ 1 สัปดาห์ ถึงจะไปรับแว่นได้

ไว้ปีหน้าค่อยตัดแว่นใหม่ อิอิ

Tuesday, March 10, 2015

DILF คืออะไร

DILF คืออะไร 
DILF มาจากคำว่า Diplôme Initial de Langue Française คือ ประกาศณียบัตรความรู้ภาษาฝรั่งเศสขั้นเริ่มต้น ในฐานะที่เป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งใช้สำหรับบุคคลทั่วไปที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศสและเพิ่งเข้ามาอาศัยในประเทศฝรั่งเศส และเป็นผู้ที่มีความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสน้อย



ทำไมบางทีเป็น DILF บางทีเป็น DELF?
DILF คือ การเรียนภาษาฝรั่งเศสในระดับเริ่มต้น คือ เริ่มจากศูนย์ ไม่มีพื้นฐานเลย หรือ พื้นฐานฝรั่งเศสไม่แน่น ส่วน DELF คือ การเรียนภาษาฝรั่งเศสในระดับ beginner และเป็นประกาศณียบัตรความรู้ภาษาฝรั่งเศสพื้นฐาน ถัดมาจาก  DILF นั่นเอง 

ระดับภาษาฝรั่งเศส




DILF เป็นการประเมินความรู้ภาษาฝรั่งเศส ทั้ง 4 ด้าน คือ ฟัง อ่าน พูด เขียน ส่วนการวัดระดับความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสในระดับ DILF A1.1 จะเน้นที่ความเข้าใจในการฟังและการพูด

สาวๆ ที่เรียนคอร์สภาษาฝรั่งเศสกับ OFII จบแล้ว จะต้องสอบวัด DILF เพื่อให้ได้ใบประกาศณียบัตรมา ข้อสอบ DILF คะแนนเต็ม 100 คะแนน ต้องสอบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 50 คะแนน และสอบปากเปล่า หรือ épreuves orals (Oral test)  35 คะแนนจาก 70 คะแนน เวลาในการสอบ คือ 1 ชั่วโมง 15 นาที


ข้อสอบ
ระยะเวลา
(นาที)
คะแนน
ความเข้าใจในการฟัง
  • เข้าใจประกาศทั่วไป
  • เข้าใจข้อความง่ายๆ
  • เข้าใจคำสั่ง
  • เข้าใจเรื่องข้อมูลตัวเลขและเวลา
25
35
 
ทักษะการอ่าน
  • เข้าใจสัญลักษณ์ต่างๆ
  • เข้าใจคำสั่ง
  • เข้าใจข้อมูลพื้นฐาน
  • เข้าใจเรื่องตัวเลข
  • สามารถจดจำประเภทและหน้าที่ของคำได้
25
15
การพูด
  • การสัมภาษณ์
  • Expression activities:
    • ถามตอบเรื่องราคาได้
    • แนะนำบุคคลหรืออธิบายสถานที่ต่างๆได้
    •  สามารถพูดสื่อสารได้ว่าต้องการอะไร หรือ สามารถบอกนัดได้
    • สามารถระบุอาการเจ็บป่วยได้
10
35
การเขียน
  • สามารถเขียนที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์
  • สามารถเขียนตัวเลข ราคา และวันที่ได้
  • สามารถกรอกแบบฟอร์มได้
  • สามารถเขียนข้อความง่ายๆได้
15
15
 
  คะแนนรวม
/100

ตัวอย่างข้อสอบ DILF สามารถดูได้ที่ http://www.ciep.fr/en/dilf
Bonne chance à tous! ขอให้โชคดี สอบผ่านทุกคนนะค่ะ